0

นิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง

Posted by kukky on ต.ค. 7, 2009 in สุขภาพ

นิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง

ต้นเหตุของสมองเสื่อม ความจำสั้น อัลไซเมอร์สมอง คืออวัยวะสำคัญ มีหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว, พฤติกรรม และรักษาสมดุลภายในร่างกาย เช่น การเต้นของหัวใจ, ความดันโลหิต, สมดุลของเหลวในร่างกาย และอุณหภูมิ เป็นต้น

หน้าที่ของสมองยังมีเกี่ยวข้องกับการรับรู้ อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้การเคลื่อนไหว และความสามารถอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ แต่คนเรามักไม่รู้ตัวเองว่าพฤติกรรมบางอย่างที่กระทำลงไป นอกจากจะเป็นการทำร้ายร่างกายไม่พอยังทำร้ายสมองด้วยเช่น

1.ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม

2. กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น

3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์

4. ทานของหวานมากเกินไป การกินของหวานมาก จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาองสมอง

5. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกายการสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง

6. การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อนการอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้

7. นอนคลุมโปง การนอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง

8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว

9. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมองการขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ

10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง

รู้หรือยังค่ะว่าสมองมีความสำคัญมากแค่ไหน ดังนั่นเราควรที่จะหันมาบำรุงสมองแทนการทำร้ายสมองกันดีกว่ามั้ยค่ะ

ป้ายกำกับ:

 
0

วงจรอุบาทว์ (vicious cycle) ของความอ้วน

Posted by kukky on พ.ค. 20, 2008 in สุขภาพ

วันนี้อ่านบล็อกอันนึงเจอข้อความว่า

“ฮอร์โมนที่ชื่อว่า Neuropeptide Y หรือ NPY โดยปกตินั้นถูกสร้างโดยสมอง เป็นที่รู้จักกันว่า เป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อความรู้สึกหิว และกระตุ้นให้กินอาหาร ที่ทรงพลังมากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา จากการทดลองในหนูของ University of Western Ontario ประเทศแคนาดา พบว่า NPY ที่คิดว่าถูกสร้างโดยสมองเพียงที่เดียวนั้น ก็ถูกสร้างโดยเซลล์ไขมันที่หน้าท้องเช่นเดียวกัน คนอ้วนซึ่งมีเซลล์ไขมันที่หน้าท้องมากจึงมีการสร้าง NPY ออกมามาก และกระตุ้นให้กินมากขึ้น ดังนั้นจึงมีวงจรของการกิน และความอ้วน เกิดขึ้น ไม่รู้จบ

จากการค้นพบนี้ นำไปสู่แนวคิดการตรวจวัดระดับของ NPY ในเลือด เพื่อเป็นตัวบอกปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความอ้วน และวิธีที่จะควบคุมผล NPY เพื่อตัดวงจรความอ้วน ซึ่งเป็นการป้องกันโรคแทรกซ้อนอันเนื่องมาจากความอ้วน ซึ่งยุ่งยากกว่ามากในการรักษา”

สิ่งที่อ่านมา ดันไปตรงกับ ข้อมูลที่เคยดูในรายการโอปราห์โชว์ ช่วงของ DR.OZ ซึ่ง DR.OZ เค้าบอกว่า คนที่มีความเสี่ยงที่จะอ้วน และลดยากมากๆ ก็คือกลุ่มคนที่มีไขมันหน้าท้องเยอะๆ … ดังนั้น คำแนะนำของ DR.OZ ก็คือ ให้ควบคุมอาหาร และถ้าหากเริ่มมีไขมันหน้าท้องแล้วล่ะก็ รีบลดซะ ก่อนมันจะเพิ่มพูน พอกขึ้น และลดยากกว่าเดิม

ขอบคุณ : http://www.blognone.com/node/7829


Technorati : ,

ป้ายกำกับ:, ,

 
0

Truth About Food

Posted by kukky on ม.ค. 29, 2008 in สุขภาพ

กลับมาวันนี้ ก็ได้เวลาดี สามทุ่มตรงนั่งดูรายการโปรด โอปราห์ วิมฟรีย์ …

วันอังคารเป็นคิวของ DR.OZ มาตอบคำถามสุขภาพกัน … อิอิ ถูกใจ เพราะเราก็ได้ความรู้ความจริงหลายอย่าง เช่น

  1. “มะเขือเทศ” ครีมกันแดดที่กินได้ 4 ช้อนชาต่อวัน กินแล้วช่วยปกป้องแสงแดดให้กับผิวเรา
    เสร็จหมู ชอบกินอยู่แล้ว มะเขือเทศเนี่ย

  2. ไม่จริงเลย ที่การดื่มน้ำวันละครึ่งลิตร ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น เพราะในอาหาร ก็มีน้ำอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องฝืนกินของเหลวเข้าไปอีก
    พระเจ้าจอร์ช ….. ไม่ชอบฝืนดื่มน้ำเป็นปกติอยู่แล้ว

  3. โอเมก้า 3 ยาลดความเครียดสูตรธรรมชาติ …. หาได้ตามปลาเนื้อมันๆ ทั่วไป เช่น แซลม่อน .. ทูน่า
    นึกถึง ซูชิขึ้นมาทันทีทันใด .. แซลมอนซูชิ … แง่มมมมม

  4. กินอาหารสูตร Detox เป็นเวลา 3 วันไม่ได้ช่วยล้างพิษในร่างกายของเราแต่อย่างใด เพราะตับจะทำการขจัดของเสียออกจากร่างกายอยู่แล้ว และใช้เวลาถึง 10 วัน กว่าจะขจัดออกไปได้
    โชคดี ไม่เค๊ย ไม่เคย ….. ถึงให้กิน ก็คงทำไม่ได้

ทุกสิ่งอย่างที่เขียนมา มีการทดสอบจริงในคน ทุกข้อ .. ดังนั้น เชื่อถือได้ … รักจริงๆ เจ๊ Oprah & DR.OZ

แหล่งที่มา : รายการ Oprah Show ทางช่อง Hallmark

ป้ายกำกับ:

 
0

วิปครีม……

Posted by kukky on ม.ค. 29, 2008 in สุขภาพ

เนื่องจากเป็นคนที่แอบชอบกินวิปครีมมากๆ คนนึง …. เลยไปสืบเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับวิปครีม แต่พอรู้ความจริงเท่านั้นแหละ เลิกกินทันทีทำไมน่ะเหรอ … พอดีไปกินข้าวกับเพื่อน ที่ทำกิจการ น้ำปั่นอยู่

kukky : แกๆ ชั้นอยากรู้มานานแล้ว ว่าวิปครีม นี่ทำมาจากอะไรอ่ะ นมใช่ป่ะ
noie : เออใช่ นม
kukky : งั้นกินแล้วก็ไม่อ้วนอ่ะเส่ะนมธรรมดา
noie : ไม่อ้วนไรล่ะแก นมแหละ แต่เป็นนมที่เพิ่มไขมัน 40% อัดเข้ากับแก๊ส เพื่อให้มันฟูๆ
kukky : O_O ง่ะ

ก็เจ้าวิปครีมที่เรากินๆ กันนั่นแหละ ทำจากนมก็จริงนะ แต่มันเป็นนม ที่เพิ่มไขมันจากปกติ อีก 40% ฟังแล้ว ..อึ้ง มิน่าล่ะมันถึงได้มัน อร่อยเยี่ยงนั้น
แล้วทำไมนม มันฟูๆ ได้แบบนั้นอ่ะ เพราะว่า เค้าเอานมวิปครีม มาอัดเข้ากับแก๊ส ทำให้มันนุ่ม ฟู พอง มันติดลิ้น อร่อยจิงๆ … แต่ ได้ยินแค่ +ไขมัน 40% จากนมปกติ ก็คงจะขอบายตลอดกาล เพราะไขมันนี่ ตรงไปแปะ ตามพุง เอว ต้นขาได้ทันที ไม่ต้องผ่านการ Approve ก่อนเลย – -”

เฮ้อ ~~~~ กินนมสดฟูๆ ใน Cappuchino ต่อปัยละกัน

วิปครีม

ป้ายกำกับ:,

 
0

9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์

Posted by kukky on พ.ย. 13, 2007 in สุขภาพ

“9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์ “

ผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัดเรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้

  1. จิบน้ำบ่อย ๆ (Drink water very often) สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ
  2. กินไขมันดี (Enjoy good Omega 3) คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วยปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
  3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day) หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
  4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention) การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
  5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ (Laugh and Smile) ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ (ระวังตีนกาขึ้นนะ)
  6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday) สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และ สร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
  7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress) ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
  8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in life every day) ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มี ครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
  9. ฝึกหายใจลึก ๆ (Deep breath) สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 % การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

โดย วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด ได้ข้อมูลมาจาก FWD เมล์ค่ะ

แต่ส่วนตัวแล้วขอเพิ่มไปอีกหน่อยละกันน
1. ฟังเพลง ช่วยคุณคลายเครียดได้ ไม่รู้สิ ยิ่งฟังเพลงที่เราชอบ สบายๆ สมองก็ Happy ไปด้วยนะ
MyEm0.CoM
2. เลิกเหอะนิสัยพวก “นินทา ว่าร้าย อิจฉาริษยา” ใช่อยู่ที่ว่า “คำนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดไปกรีดหิน. แม้องค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคำนินทา” มีนิดๆ หน่อยนิสัยคน คงห้ามกันไม่ได้ แต่พวกที่ชอบนินทา ว่าร้าย และมัวแต่อิจฉาชาวบ้านอย่างเอาเป็นเอาตายน่ะ 9 ข้อข้างบน ก็คงช่วยสมองคุณให้ดีขึ้นไม่ได้หรอก เพราะสุดท้ายแล้ว “ความคิดนั่นแหละที่เป็นตัวกำหนดตัวของคุณเอง” MyEm0.CoM

ป้ายกำกับ:

 
0

ติด “กาแฟ”

Posted by kukky on ต.ค. 14, 2007 in ความรัก, ทำงาน, สุขภาพ

ไม่รู้คนอื่นเป็นกันบ้างหรือเปล่าเนี่ย … ว่าตื่นมา ก็ต้องกินกาแฟ .. แต่ที่แน่ๆ เราคนนึงละ กาแฟลิซึ่ม .. ตื่นปุ๊ปขออัดคาเฟอีนปั๊ป .. ก็พอรู้อ่ะนะ ว่ากินมากๆ มันไม่ดี แต่ทำไงได้ ติดไปแล้ว… วันไหนไม่กิน มีลงแดงกันบ้างล่ะ

เค้าว่ากันว่า กาแฟ มันมีทั้งคุณ และโทษ .. บ้างก็ว่ากินแล้วแก่เร็ว เหี่ยวเร็ว ทำร้ายสุขภาพมากมายเหลือหลาย … แต่บางฝ่ายก็ออกมาพูดว่า กินกาแฟ มีประโยชน์อย่างนั้น มีประโยชน์อย่างงี๊ … ว่าแล้วก็เลยหาข้อมูล เพื่อเข้าข้างคนกินกาแฟซะหน่อย .. ได้ผลออกมาว่า “กินกาแฟ 3 ถ้วยเพื่อสุขภาพ”

กาแฟ 3 ถ้วยเพื่อสุขภาพ

วันหนึ่งๆ ให้ดื่มน้ำมากๆ 4 แก้ว 6 แก้ว 8 แก้วก็ได้ แต่อย่าดื่มน้ำชากาแฟ เป็นคำกล่าวเตือนจากท่านผู้รักษาสุขภาพทั้งหลาย นั่นเป็นการเกลียดและกลัวชา กาแฟ ถึงกับห้ามขาดเพราะมันทำให้เสียสุขภาพ แต่นั่นมันก่อนจะรู้ผลวิจัยของนักวิจัยจากทั่วโลกที่ช่วยกันศึกษาถึงคุณและโทษของกาแฟ มาบัดนี้เรามีข่าวดีมาแจ้งแก่คอกาแฟทั้งหลายว่า แท้จริงแล้วกาแฟไม่ได้เลวร้ายเป็นอันตรายต่อสุขภาพถึงกับต้องถูกห้ามขาดเช่นนั้น กาแฟมีส่วนให้คุณอนันต์เหมือนกันถ้ารู้จักดื่ม จะใช้ให้มันทำให้เรารู้สึกชื่นบานก็ได้ ป้องกันโรคก็ได้ แก้โรคก็ได้ทีเดียว

Read more…

ป้ายกำกับ:

 
0

เรื่องของ “วิตามินซี”

Posted by kukky on ก.ย. 8, 2007 in สุขภาพ

เรื่องนี้ว่าจะเขียนนานและ…ไม่ได้มีโอกาสเขียนในบล็อคไหนซักที … ก็คือเรื่องของวิตามินซี ที่เรารู้จักกัน … ทุกครั้งที่ไปซิ่งที่นั่งเล่น…กลับมา ก็ต้องอัดวิตามินซี 5 เม็ด ก่อนนอน….. แถมตื่นมา อัดอีก 5 เม็ด … ไม่ใช่เม็ดเล็กๆ แต่เม็ดเท่าบ้าน…เม็ดละ 1000 ม.ก. ติดคอแทบตาย ..

อุตส่าห์หวังดี แนะนำให้คนอื่นกินด้วย โดนตอกกลับมาอีก ว่าร่างกายเอาไปใช้ไม่หมดหรอก ตั้งห้าพัน ม.ก.   อ่ะเลยขี้เกียจเถียง อุตส่าห์หวังดี ไม่กิน ก้อไม่เปนไร

“ทำไมถึงต้องอัดขนาดนั้น 5,000 ม.ก. “  จริงอยู่ที่ปกติแล้ว ร่างกายจะสามารถดูดซับวิตามินซีไปใช้ได้เพียงวันละ 1,000 ม.ก. เท่านั้น .. แต่นั่นคือขณะที่ร่างกายปกติดีทุกอย่าง.. แต่หลังจากที่ไปเที่ยวมา ถึงแม้จะไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า … แต่เราก็รับควันบุหรี่มาเต็ม ๆ ไม่สูบ แต่ก็เหมือนสูบเองนั่นแหละ  ซ้ำร้าย หนักว่าซะด้วย เพราะรับหลายด้าน ซ้าย ขวา หน้า หลัง ….

และในช่วงที่ร่างกายได้รับสารพิษมาขนาดนั้น ความต้องการวิตามินซีก็มากขึ้น …. เช่นเดียวกับตอนที่เราเป็นหวัด นั่นแหละ ก็กินวิตามินซี เพื่อลดความรุนแรงของหวัด ดีกว่ากินยาเป็นไหนๆ …เสียดายที่จำไม่ได้ว่าไปเจอจากเว็บไหน ที่บอกว่าให้กินวิตามินซีเท่าไหร่ หากอยู่ในสภาวะต่างๆ

Read more…

ป้ายกำกับ:, ,

SuperbHosting.net provides affordable managed dedicated server solutions.
No Credit Auto Loan | Colon Cleanse | Car Auto Loan