0

แสงไฟในเศษฟืน::ถ้าเราพอจะช่วยได้..ยาย..รอ…

Posted by kukky on ม.ค. 21, 2010 in สรรสาระ

: แสงไฟในเศษฟืน::ถ้าเราพอจะช่วยได้..ยาย..รอ…
คำสอนของยายทอง  ขอปล้องกลาง
ชีวิตหญิงชราวัย 81 ปี ที่ต่อสู้ชีวิต  ด้วยการ’ขายเศษฟืน’
ยายทอง คือยายที่เราเคยไปถ่ายทำสารคดีเรื่อง  แสงไฟในเศษฟืน

แล้วได้รับรู้ว่าชิวิตของยายนั้นต้องอยู่อย่างลำบากในเพิงสังกะสีเก่าๆ
ไม่ต่างจากกองขยะ ที่ทั้งอุดอู้ สกปรก  และไม่สามารถกันแดดฝนอะไรได้เลย
ยายต้องเดินเท้าหลายกิโลพร้อมกับกระสอบฟืน ขวดน้ำเก่าๆ  และร่มคันหนึ่ง
ใช้พยุงตัวเองมาเรื่อยๆให้ถึงหน้าโรงเรียนบุญวัฒนาเพื่อขอขึ้นรถโดยสาร
(ที่บางคันจอดรับ และบางคันก็ไม่ให้ยายขึ้น) ไปยังหน้าร้านทอง
สามแยกตลาดแม่กิมเฮง

ATT00009.
ATT00010.

‘1  บาท เศษไม้ขอแลกเศษเงิน  ขอบคุณลูกหลาน..ที่ช่วยต่อชีวิตให้ยาย’
ประโยคหนึ่งในเศษกระดาษเก่ายับที่วางอยู่หน้ากองฟืน
ได้คนขับสามล้อแถวนั้นเขียนทิ้งไว้ให้
เผื่อว่าคนที่ผ่านไปมาจะได้เห็นว่า
ที่มุมเสาไฟฟ้านั้นมีอีกชีวิตที่รอคนเมตตา
ซึ่งความจริงนั้นบางวันยาย…
อาจได้แค่คนที่หยุดมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่มีใครสนใจจะซื้อเศษไม้ไร้ค่านั้นเลย
สั ก ค น เ ดี  ย  ว
ATT00011.

เราส่งเมลล์นี้มา ด้วยความที่อยากช่วยเหลือยาย
แต่ไม่รู้จะช่วยด้วยวิธีไหน
อยากให้เพื่อนๆช่วยForward mail นี้ต่อกันไปเรื่อยๆ
เผื่อว่าคนที่อยู่โคราช  และมีโอกาสผ่านไป
ถนนเส้นย่าโม สามแยกทางเข้าตลาดแม่กิมเฮง  ตรงเสาไฟฟ้า  หน้าร้านทอง
เพื่อนๆจะเห็นคนแก่คนหนึ่ง ที่ไม่มีอะไรเลย  นั่งอาศัยเงาจากเสาไฟฟ้า
เพื่อขายของบางอย่าง  ที่คนสมัยนี้เค้าไม่ได้ต้องการแล้ว
แต่ ‘ฟืน’ มันก็เป็นเหมือนความหวังเดียวที่ยายมี
ทางออกเดียวที่ยายเห็น
จากดวงตาที่พร่ามัวเกือบบอดด้วยโรคชรา
และหูที่ตึงจนเกือบไม่ได้ยินแล้ว
ถ้าเพื่อนไม่ได้ผ่านไปก็ช่วยForward mail นี้ต่อๆกันไปที
ถือว่าเป็นการทำบุญเท่าที่เราทำได้  เผื่อว่าวันหนึ่ง
จะมีใครสักคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ
ยายทอง  ให้เป็นอยู่ในสภาพที่ดีกว่านี้….

ATT00012.

ATT00013.

 
0

คนรวย กับคนจน

Posted by kukky on พ.ย. 10, 2009 in สรรสาระ
พอดีได้ฟังวิทยุคลื่น FM96.5 รายการ CEO Vision คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย (เจ้าของสำนักพิมพ์ DMG) พูดถึงความต่างระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง เห็นว่ามีประโยชน์เลยคัดบทความมาให้ทุกท่านได้อ่าน

(อย่าคิดว่าบทความยาวแล้วไม่อยากอ่าน การอ่านเป็นการเพิ่มความรู้ให้ตัวเอง ฝึกการอ่านตั้งแต่วันนี้กันนะครับ บทความไม่ยากเกินความเข้าใจ)

แบ่งเอาไว้ทั้งหมด 10 ข้อดังนี้


ข้อ1.
เศรษฐีนั้นคิดยาว แต่คนชั้นกลางคิดสั้น ว่าที่จริงคนที่คิดสั้นที่สุดก็คือคนจน พวกเขามักจะคิดอะไรแบบวันต่อวันทำนองหาเช้ากินค่ำ คนชั้นกลางนั้นมักจะคิดเป็นเดือนต่อเดือน นั่นคือคิดถึงวันเงินเดือนออก แต่คนรวยจะต้องคิดยาวเป็นปีๆ หรือเป็นสิบๆ ปี ในใจของคนจนนั้น เขามักคิดแต่เฉพาะเรื่องของความอยู่รอดเป็นหลัก ในขณะที่คนชั้นกลางคิดถึงเรื่องความสุขสบายจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้า ส่วนคนรวยนั้น เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน เขาต้องการความเป็นอิสระทางการเงิน การคิดยาวนั้นมีพลังมหาศาล เพราะมันจะทำให้เขาอดออมและลงทุนระยะยาวซึ่งจะทำให้เงินงอกเงยแบบทบต้นเป็นเวลานาน และนี่คือสูตรสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้คนมั่งคั่ง

ข้อ2.
คนรวยพูดเกี่ยวกับเรื่องไอเดีย คนชั้นกลางพูดเกี่ยวกับสิ่งของ คนจนพูดถึงเรื่องของคนอื่น นี่คงไม่ได้หมายถึงว่าคนรวยไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งของหรือคนอื่น แต่หมายถึงว่าคนรวยจะพูดถึงเรื่องของคนอื่นน้อยกว่าคนจน และมักจะเป็นคนที่มีแนวความคิดดีๆ หรือมีมุมมองต่างๆ มากกว่าคนชั้นกลางและคนจน เบื้องหลังของนิสัยในเรื่องนี้คงอยู่ที่ว่า คนรวยนั้นมักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนจนซึ่งมักจะชอบ “ซุบซิบนินทา” เป็นนิจสิน ในขณะที่คนชั้นกลางอาจจะเน้นการทำงานประจำ ชอบพูดถึงเรื่องรถยนต์ ดนตรี การพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น

ข้อ3.
คนรวยยอมรับการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางต่อต้านการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจะคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ที่ตนเองเคยชิน ในขณะที่คนรวยนั้นคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำมาซึ่งชีวิตที่ดีกว่า เขาคิดว่าในการเปลี่ยนแปลงนั้นมักมีโอกาสที่เขาอาจจะฉกฉวยได้ เบื้องหลังนิสัยนี้อาจจะมาจากการที่คนรวยมีความมั่นใจสูงกว่าคนชั้นกลางที่มักจะกลัวว่าตนเองจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆ ได้

ข้อ4.
คนรวยกล้ารับความเสี่ยงที่ได้มีการพิจารณาและไตร่ตรองดีแล้ว คนชั้นกลางกลัวที่จะรับความเสี่ยง นี่เป็นนิสัยที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดของคนชั้นกลางในความเห็นของผม คนที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงเลยนั้นจะพลาดที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีโดยสิ้นเชิง ในขณะที่คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่างที่ได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดีจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้โดยที่ความเสี่ยงจริงๆ นั้นจะมีน้อยมาก ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือ คนชั้นกลางส่วนใหญ่นั้นมักจะกลัวการลงทุนในหุ้นหรือตราสารการเงินที่มีความผันผวนของราคาโดยที่เขาไม่พยายามศึกษาว่าในระยะยาวแล้วมันอาจจะมีความคุ้มค่ากว่าการฝากเงินในธนาคารมาก ในอีกมุมหนึ่ง คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่าง “บ้าบิ่น” เช่นคนที่เล่นหุ้นวันต่อวันเองก็ไม่ใช่นิสัยของคนรวย คนรวยนั้นจะต้องรับความเสี่ยงเฉพาะที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

ข้อ5.
คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดชีวิต คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนรู้จบที่โรงเรียน นิสัยการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ นี้ ผมคิดว่าเป็นหัวใจเศรษฐีจริงๆ เพราะในความรู้สึกของผมเอง การเรียนรู้จากโรงเรียนเป็นเพียงพื้นฐานที่เรานำมาศึกษาต่อด้วยตนเองได้ และเวลาหลังจากการเรียนในโรงเรียนนั้นยาวมากเป็นหลายสิบปี ดังนั้นความรู้ส่วนใหญ่จึงควรที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราเรียนจบจากโรงเรียน โดยนัยของข้อนี้ คนรวยจึงน่าจะมีนิสัยรักการอ่านหรือการหาความรู้ต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่คนชั้นกลางนั้น พอเรียนจบก็มักจะไม่สนใจอ่านหนังสือหรือหาความรู้ใหม่ๆ และความรู้ที่ผมคิดว่าคนชั้นกลางพลาดไปเพราะไม่มีการสอนในโรงเรียนก็คือ ความรู้ทางด้านการเงินที่คนรวยมักจะศึกษาต่อเพราะเห็นถึงความสำคัญและอาจนำไปสู่ความร่ำรวยได้

ข้อ6.
คนรวยทำงานเพื่อหากำไร คนชั้นกลางทำงานเพื่อจะได้ค่าจ้าง คนรวยมองว่านี่คือหนทางที่จะทำให้รวยได้มากกว่าแม้ว่าจะมีความเสี่ยง ในขณะที่คนชั้นกลางนั้นมักจะไม่กล้าเสี่ยงและอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่า จึงมุ่งไปที่การหางานที่จะมีรายได้แน่นอน แต่รายได้จากการใช้แรงงานของตนเองนั้นมีน้อยคนที่จะทำให้ตนเองรวยได้

ข้อ7.
คนรวยเชื่อว่าพวกเขาจะต้องใจบุญสุนทาน คนชั้นกลางคิดว่าพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะทำบุญ ข้อนี้ผมเองคงไม่มีคอมเม้นท์อะไร ส่วนหนึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละคนที่ไม่ค่อยบอก หรือรู้กันยกเว้นกรณีที่เป็นการบริจาคใหญ่ๆ อย่างกรณีของบัฟเฟตต์หรือบิลเกต

ข้อ8.
คนรวยมีแหล่งรายได้หลากหลาย คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสองแหล่ง ข้อนี้ก็เช่นกัน ผมเองไม่แน่ใจว่าคนรวยมีรายได้จากหลายแหล่งเพราะรวยแล้วจึงไปลงทุนในทรัพย์สินหลายๆ อย่าง หรือมีทรัพย์สินหลายอย่างจึงทำให้รวย แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ คนชั้นกลางนั้น มักไม่ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงทำให้รายได้มักจะมาจากเงินเดือนเป็นหลัก

ข้อ9.
คนรวยเน้นการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งของตนเอง คนชั้นกลางเน้นการเพิ่มของเงินเดือน เป้าหมายของคนรวยนั้นอยู่ที่ว่าตนเองมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน โดยมองที่ภาพรวม ดังนั้น ถ้าเขามีหุ้นอยู่ การที่หุ้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเขาก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องเสียภาษี แต่คนชั้นกลางพยายามทำงานเพื่อให้มีเงินเดือนสูงขึ้นแต่เขาอาจจะลืมไปว่าเขา จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นด้วย สรุปก็คือ คนรวยเน้นการลงทุนใช้เงินทำงานแทนตนเอง คนชั้นกลางเน้นการใช้แรงงานของตนเอง

ข้อ10.
คนรวยชอบตั้งคำถามที่เป็นบวกและสร้างกำลังใจ เช่นฉันจะสร้างรายได้เป็นเท่าตัวในปีนี้ได้อย่างไร? ในขณะที่คนชั้นกลางชอบตั้งคำถามที่เป็นลบและเสียกำลังใจเช่น จะหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิตเดือนนี้ได้อย่างไร ?

ที่มาฉบับเบื้องต้น : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กล่าวจากหนังสือของ Keith Cameron Smith
คัดลอกบทความมาจาก : http://bit.ly/1fehch

ให้หนังสือเป็นครูผู้สอน ใช้สติพิจารณาในการเลือกอ่าน หนังสือดีเมื่ออ่านแล้วจะเปลี่ยนเราไปในทางที่ดี

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการใช้ชีวิตครับ

ที่มา FWD เมล์

ป้ายกำกับ:,

 
0

ดูดวง ตามปีเกิด ปี 2553 มาแล้วจ้า

Posted by kukky on ต.ค. 22, 2009 in สรรสาระ

ดูดวงปี 2553 สำหรับท่านที่เกิดปีชวด

ท่านที่เกิดปีชวดรอบอายุ 86 ปี (พ.ศ. 2467) และรอบอายุ 26 ปี (พ.ศ. 2527)

ในปี 2553 นี้ เจ้าชะตารอบอายุ 86 ปี ยังมีบุตรหลานนำโชคลาภมาให้ มีเงินไหลเข้ากระเป๋า แต่ก็จะมีเรื่องให้ต้องใช้จ่ายเหมือนกัน
ส่วนด้านสุขภาพ ระวังโรคความดันโลหิต และโรคตับอักเสบ พักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกายให้เหมาะกับวัยจะช่วยให้อายุยืน
สำหรับ เจ้าชะตา รอบอายุ 26 ปี มีโอกาสริเริ่ม หรือเปิดกิจการเป็นของตัวเอง การงานและธุรกิจการค้ามีแววเจริญก้าว หน้าดี ขอให้วางแผนงานให้ดี ปีนี้หากต้องการซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็ทำได้ ก้าวหน้าดี มีอุปสรรคน้อยมาก สิ่งที่ต้องระวัง คือ การคบเพื่อน ที่ไม่ดี อาจถูกเอาเปรียบ ถูกหลอกใช้ และมีเรื่องนินทาให้ร้าย นอกจากนี้อย่าไปในสถานที่อโคจร จะนำภัยร้ายมาให้ การเดินทางและทำงานควรระวังอุบัติเหตุ และอาจมีคนลอบทำร้าย ระวังของมีค่าจะสูญหายด้วย

ท่านที่เกิดปีชวดรอบอายุ 74 ปี (พ.ศ. 2479)และรอบอายุ 14 ปี (พ.ศ. 2539)

สำหรับ เจ้าชะตารอบ อายุ 74 ปี ในปี 2553 นี้ เป็นอีกปีมงคลที่จะโชคดี ได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวกับญาติมิตร เพื่อนฝูง หรือลูกหลาน ได้ไปร่วมงานบุญงานกุศล แต่มีเรื่องที่ต้องระวังคือ เรื่องของสุขภาพ หากมีสิ่งใดผิดปกติ ต้องไปพบแพทย์ทันที หรือหากเจ็บไข้ได้ป่วยอะไร ก็ต้องหมั่นไปพบแพทย์ตามนัด ทานยาตามสั่ง อย่าดื้อกับลูกหลาน หมั่นทำบุญเยอะๆ เพื่อบรรเทาเคราะห์ภัยด้านสุขภาพ ควรทำใจให้แจ่มใส โดยเฉพาะกับลูกหลาน อย่ามีปากเสียงให้อารมณ์ขุ่นมัว จะทำให้เครียดและมีผลต่อสุขภาพได้

ส่วน เจ้าชะตารอบ อายุ 14 ปี  เป็นวัยที่มีพละกำลัง ชอบแสวงหาสิ่งใหม่ๆ จึงทำอะไรผิดพลาดได้ง่าย ต้องรู้จักคบคนให้ดี มิฉะนั้นจะถูกชักจูงให้เดินทางผิด เนื่องจากปีนี้ท่านจะเดือดร้อนมี ภัยเพราะเพื่อนฝูง อย่าไปในที่อโคจร ระวังสิ่งยั่วยุต่างๆ มีเกณฑ์เดือดร้อนแน่ การเรียนจะเสียหาย ควบคุมตัวเองให้ดี ให้มีสติให้ได้ ทำอะไรนึกถึงพ่อแม่พี่น้อง และคบมิตรที่ดีจะนำพาให้ผ่านพ้นไปได้

ท่านที่เกิดปีชวดรอบอายุ 62 ปี (พ.ศ. 2491)และรอบอายุ 2 ปี (พ.ศ. 2551)

สำหรับ เจ้าชะตารอบ อายุ 62 ปี ที่ยังคงทำงานทำการ หรือมีงานค้าขายอยู่ ยังต้องลงมือเอง เพราะไม่ไว้ใจใคร มีโอกาสได้งาน คู่ค้าใหม่ ควรศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ ค่อยลงมือ โดยเฉพาะงานที่ต้องลงทุนสูง อาจเครียดได้ ควรวางมือให้รุ่นลูกหลาน และสอนงานเบื้องหลังจะได้ไม่เหนื่อย ไม่เครียด ส่วน

ดวง การเงินปี 2553 นี้ โดยรวมดี แต่อาจมีเรื่องเสียเงินโดยไม่คาด ฝัน ระวังการใช้จ่ายให้ดี ส่วนสุขภาพ ดูแลเรื่องอาหารการกินให้ดี ให้มีประโยชน์กับร่างกาย อย่าให้เครียด นอกจากนี้ หากจะเดินทางไปไหนมาไหนควรมีผู้ติดตามด้วย

สำหรับ เด็กน้อยอายุ 2 ขวบ อยู่ในวัยซุกซน มักจะชอบปีนป่ายเดินเข้าเดินออก ผู้ปกครองควรระวัง โดยเฉพาะถ้าหากไปเที่ยวให้ที่ต่างๆ เช่น ในห้างสรรพสินค้า หรือที่สาธารณะ ระวังจะพลัดหลง หรือเล่นซน บาดเจ็บ นอกจากนี้ควรระวังเรื่องการแพ้อากาศ เรื่องอาหารการกิน และดูแลเรื่องความสะอาดให้ดี เด็กมีเกณฑ์ไม่สบาย

ท่านที่เกิดปีชวดรอบอายุ 50 ปี (พ.ศ. 2503)

ใน ปี 2553 นี้ เจ้าชะตารอบอายุ 50 ปี ชะตาอยู่ในเกณฑ์ดีเกือบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเงิน ความรัก ครอบครัว ญาติมิตรเพื่อนฝูง หรือสุขภาพ ด้าน การงาน ท่านที่ทำงานประจำ มีโอกาสได้ตำแหน่งใหม่ ส่วนผู้ที่ทำธุรกิจการค้า มีโอกาสขยายงาน ประสบผลสำเร็จดีทั้งการลงทุนในประเทศ และต่างประเทศ ที่ต้องระวังคือคู่แข่งเลียนแบบ และมีเกณฑ์ทรัพย์สินมีค่าถูกขโมยใน ส่วนของครอบครัวปีนี้จะมีเรื่องน่ายินดี จะมีงานมงคลหรือมีสมาชิกใหม่มาเพิ่ม มีโอกาสซื้อที่ดิน หรือสิ่งมีค่าเก็บไว้ ส่วนที่ ต้องระวังในปีนี้คือ เรื่องของสุขภาพ เพราะท่านกำลังอยู่ในวัยทองและสะสมความเครียดจากการงาน ต้องหาเวลาพักผ่อน ทำจิตใจให้ผ่องใส จะช่วยได้

ท่านที่เกิดปีชวดรอบอายุ 38 ปี (พ.ศ. 2515)

ใน ปี 2553 นี้ เจ้าชะตารอบ อายุ 38 ปี ต้องทำงานด้วยความขยัน อดทน ให้มากกว่าเดิม ถึงจะประสบความสำเร็จ ก้าวหน้า เพราะการเงินขึ้นอยู่กับการงานอย่างมาก ถ้าอยากได้เพิ่มต้องหางานพิเศษทำด้วย เพราะปีนี้มีรายจ่ายหนักรออยู่

ปี นี้ท่านจะได้พบเพื่อนฝูงใหม่ ให้ระวังให้ดี จะเจอแต่พวกที่ชักชวนไปในทางเสียหาย หรือเสียเงิน กับการกิน เที่ยว ดื่ม ควรหัดปฎิเสธไว้เลย ส่วนเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอีกเรื่องคือ เรื่องความรัก ต้องซื่อสัตย์ เข้าใจ และให้อภัยกัน ถึงจะไปด้วยกันรอด

ดูดวงปี 2553 สำหรับท่านที่เกิดปีฉลู

ท่านที่เกิดปีฉลูรอบอายุ 85 ปี (พ.ศ.2468) และรอบอายุ 25 ปี (พ.ศ.2528)

สำหรับเจ้าชะตารอบอายุ 85 ปี ในปี 2553 นี้ เรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือ เรื่องอาหารการกิน ต้องสะอาดและเหมาะกับวัย อย่าเข้าไปยุ่งเรื่องของลูกหลานมากเกินไป ปีนี้บุตรหลานบริวารรักใคร่เอาใจใส่ท่านดี สบายใจได้

สำหรับเจ้าชะตาครบรอบ 25 ปี ในปี 2553 นี้ ท่านมีโอกาสสร้างหลักปักฐาน ควรขยันตั้งใจ หากทำงานหรือรับราชการ ปีนี้ผลงานจะเข้าตาผู้หลักผู้ใหญ่และมีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง หากทำธุรกิจส่วนตัวปีนี้สามารถขยับขยาย หรือหากมีโครงการอะไรที่อยากทำ ก็จะได้ทำเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ด้านการเงินไหลมาเทมา การร่วมงานหรือเข้าหุ้นลงทุนดี จะมีผลตอบแทนน่าชื่นใจ อาจมีอุปสรรคบ้าง อย่าย่อท้อ ต้องมุ่งมั่น อดทน อย่าปล่อยเวลาในปีนี้ให้ผ่านไปโดยเด็ดขาด
ในปีนี้มีช่วงเวลาที่ต้องระวังเรื่องคนพาลหาเรื่อง อย่าต่อปากต่อคำเด็ดขาด เพราะจะเกิดเรื่องเดือดร้อนตามมา ระหว่างวันที่ 14 ก.พ. – 15 มี.ค. / 14 พ.ค. – 11 มิ.ย. และ ช่วง 10 ส.ค. – 7 ก.ย. 2553
………

ท่านที่เกิดปีฉลูรอบอายุ 73 ปี (พ.ศ.2480)และรอบอายุ 13 ปี (พ.ศ.2540)

………
………สำหรับเจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 73 ปี ในปี 2553 นี้ให้ระวังปัญหาด้านสุขภาพและอุบัติเหตุ อาจจะมีภัยบาดเจ็บเลือดตกยางออก ระวังจะหน้ามืดพลัดหกล้ม ขอให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วง 14 ก.พ.-15 มี.ค. / 14 พ.ค.-11 มิ.ย. และช่วง 10 ส.ค.-7 ก.ย. นอกจากนี้ระวังเรื่องการมีปากเสียงกับลูกหลาน มีเวลาหาโอกาสชวนลูกหลานเข้าวัด ปฎิบัติธรรม เป็นการเสริมบารมี และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุตรหลาน
………สำหรับเด็กรอบอายุ 13 ปี มีดาวมงคลส่งเสริมให้การเรียนในปีนี้มีความก้าวหน้า แต่ต้องตั้งใจเรียนด้วย อย่าอวดตัว นอกจากนี้ควรระวังการหาเรื่องจาก เด็กพาลเกเร รวมถึงสิ่งยั่วยุต่างๆ ที่จะทำให้ขาดสมาธิในการเรียน ขอให้แบ่งเวลาในการเรียน และการเล่น ให้ดีมีวินัยในตัวเอง จะทำให้พ่อแม่มีความสุข
………

ท่านที่เกิดปีฉลูรอบอายุ 61 ปี (พ.ศ.2492)และรอบอายุ 1 ปี (พ.ศ.2552)

………
………สำหรับเจ้าชะตารอบอายุ 61 ปี ในปี 2553 นี้ การงานและธุรกิจการค้าจะมีผู้อุปถัมภ์ มีโอกาสย้ายเข้าบ้านใหม่ จะมีข่าวดี ได้ไปร่วมงานมงคล สิ่งไม่ดีคือ ปัญหาด้านสุขภาพ เป็นเหตุให้ต้องเสียทรัพย์รักษาตัว และญาติมิตรนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ ควรหมั่นไปทำบุญ ปฎิบัติธรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต ทำให้ไม่เครียด ก็จะทำให้สบายใจมากขึ้น
………สำหรับเจ้าชะตาที่อายุ 1 ปี มีเรื่องที่ต้องระวังในปี 2553 นี้ คือ โรคท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ ซึ่งผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าให้เด็กเอาของแปลกปลอมเข้าปากจะเกิดการติดเชื้อ หากอยู่ในที่เย็นหมั่นตรวจผ้าอ้อม และเปลี่ยนให้บ่อย จะได้ไม่ชื้นแฉะทำให้ไม่สบาย นอกจากนี้ระวัง และดูแลอย่างใกล้ชิดเมื่อพาออกนอกบ้าน มีเกณฑ์พลัดหลง หรือใครอุ้มไปได้
ท่านที่เกิดปีฉลูรอบอายุ 49 ปี (พ.ศ.2504)
………
………ปี 2553 ถือเป็นอีกปีหนึ่งที่ทรัพย์มงคลจะเข้ามา สิ่งที่ไม่ราบรื่นที่ผ่านมาจะลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด โชควาสนาจะเข้ามามีส่วนช่วยให้ชีวิตการงาน ธุรกิจการค้า พบกับการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าดีขึ้น หากทำงานประจำหรือรับราชการ ปีนี้จะมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่ง หากทำธุรกิจส่วนตัวหรือประกอบการค้าปีนี้ยอดขายจะขยายตัว หากมีโอกาสดีเข้ามาหา
………ท่านสามารถตกลงรับงานชิ้นใหญ่ได้ เพราะปีนี้จะมีพลังความสำเร็จสูง แต่การทำงานใหญ่ใดๆ ในปีนี้จะสำเร็จได้ ท่านจะต้องได้รับการร่วมแรงร่วมใจจากเพื่อนร่วมงาน ดังนั้นปัจจัยหลักสำคัญในปีนี้ คือ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง การงานจึงจะประสบความสำเร็จรุ่งเรืองดังหวัง
ส่วนช่วงที่ควรระวัง คือระหว่างวันที่ 14 ก.พ.-15 มี.ค. / 14 พ.ค.-11 มิ.ย. และช่วง 10 ส.ค.-7 ก.ย. จะมีคนพาลหรือผู้ไม่หวังดีมาหาเรื่อง ควรหลบเลี่ยงอย่าได้เข้าไปเป็นคู่กรณี เพราะ จะมีแต่เสียไม่มีได้ อย่างไรก็ดีแม้การงานของท่านจะราบรื่น แต่ความรักอาจมีปัญหา เพราะทุ่มเวลาให้กับงานมากเกินไป จนทำให้อีกฝ่ายน้อยใจ จัดสรรเวลาในการทำงานและการอยู่กับครอบครัวให้ดี ควรหากิจกรรมทำกับครอบครัวบ้างจะได้มีความสุขทุกฝ่าย

ท่านที่เกิดปีฉลูรอบอายุ 37 ปี (พ.ศ.2516)

………
………ถึงแม้จะมีดาวมงคลเข้ามาทำให้การงาน ธุรกิจการค้า เดินหน้าไปด้วยดี แต่ก็ยังมีอุปสรรคปัญหาเกี่ยวกับคนให้ท่านหนักใจอยู่เป็นระยะๆ ขอให้ท่านอดทนมุมานะ อย่าใจร้อน จะมีคนช่วยเอง อย่าท้อแล้วกัน ผ่านกลางปีไปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นเอง โดยเฉพาะผลกำไรตอบแทนจะเข้ามาทำให้ท่านได้ชื่นใจ
………ด้านการเงินโชคลาภ จะมีรายรับที่ดี ในขณะที่มีรายจ่ายออกมากเช่นกัน ส่วนมาจะหมดไปกับการใช้จ่ายและ การลงทุน สภาพ การเงินขึ้นๆ ลงๆ ต้องบริหารให้ดีตั้งแต่ต้นป มิฉะนั้นอาจพบทางตันได้ ในปีนี้แม้การงาน การค้า ธุรกิจ จะดี ได้รับความไว้ใจ และความร่วมมือช่วยเหลือจากเพื่อนรอบข้าง แต่ให้ท่านระวังเรื่องการใช้คำพูด และอารมณ์หงุดหงิด อาจเป็นเหตุให้ธุรกิจติดขัดได้ ต้องรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายให้ดี เพราะทุกคนมีส่วนช่วยผลักดันให้ท่านประสบความสำเร็จและมีความเจริญก้าวหน้ามากในปีนี้

ดูดวงปี 2553 สำหรับท่านที่เกิดปีขาล

ท่านที่เกิดปีขาลรอบอายุ 84 ปี (พ.ศ.2469) และรอบอายุ 24 ปี (พ.ศ.2529)

………
………สำหรับ เจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 84 ปี ในปี 2553 นี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลสุขภาพตัวเองทั้งสุขภาพกายและใจ ด้านสุขภาพกาย ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ เรื่องอาหารการกิน และต้องหมั่นออกกำลังกายบ้าง พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นระยะๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนสุขภาพใจต้องอย่าให้เครียด ปล่อยวางเรื่องลูกหลานให้เค้าจัดการกันเอง เรามีหน้าที่ให้ศีลให้พรลูกหลาน เท่านั้นพอ นอกจากนี้ควรหมั่นทำบุญสร้างกุศล แค่นี้ก็จะเป็นสุขในปีนี้แล้ว
………สำหรับเจ้าชะตาหนุ่มสาว รอบอายุ 24 ปี เนื่องจากตกอยู่ในปีชงปีหนึ่ง จึงส่งผลให้ทุกกิจกรรม การงานติดขัดไม่ราบรื่น ก่อนจะทำการใดๆ ต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน สิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่าทำเป็นอันขาด ระวังอย่าหลงเชื่อเพื่อนฝูงที่ชักชวนไปลงทุนทำสิ่งที่หมิ่นเหม่ ต่อกฎหมาย อาจพลาดพลั้งได้ นอกจากจะสูญเงินลงทุนแล้ว ยังต้องรับผิดทางคดีอาญาด้วย และระหว่างทำงาน หรือเดินทางในปีนี้อย่าประมาท มีเกณฑ์ประสบอุบัติเหตุ ต้องระวังไว้เสมอ
………

ท่านที่เกิดปีขาลรอบอายุ 72 ปี (พ.ศ.2481) และรอบอายุ 12 ปี (พ.ศ.2541)

………
………สำหรับ เจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 72 ปี ปีนี้ถูกจัดให้เป็นปีชงปีเกิด สิ่งที่ท่านควรระวังในปีนี้ คือ ปัญหาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะโรคซ่อนเร้น ซึ่งจะปรากฎในปีนี้ ควรระวังเรื่องอาหารการกิน ควบคุมเรื่องน้ำตาล, ไขมัน, ความเค็ม ให้ดี เพราะจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเบาหวาน, โรคไขมันอุดตัน และโรคไต และที่สำคัญคือ การปล่อยวาง อย่าไปเครียดเรื่องลูกหลานเพราะจะส่งผลต่อสุขภาพกายได้
………ส่วนผู้เยาว์อายุ 12 ปี ในปี 2553 นี้ โดยภาพรวมมีทั้งดี และไม่ดี เรื่องดีเกี่ยวกับการเรียน ผลการเรียนของท่านก็จะได้รับการเกื้อหนุนจากดาวมงคลให้ ก้าวหน้าด้วยดี อย่างไรก็ตามเจ้าตัว ก็ต้องตั้งใจหมั่นทบทวนบทเรียนด้วย ไม่เข้าใจก็ต้องหัดไต่ถามครูอาจารย์ จะช่วยให้ ระดับการเรียนขึ้นไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ แต่เนื่องจากเป็นปีที่ตรงทับกับปี เกิด จึงมีสิ่งที่จะทำให้วุ่นวาย คือ โรคภัยไข้เจ็บ จะเกิดอาการแพ้อากาศ เป็นหวัดบ่อย และเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ผู้ปกครองควรเพื่มการดูแล เอาใจใส่อย่างใกล้ชิด
………และเนื่อง จากปี 2553 นี้ เป็นปีที่ทับปีเกิดทั้งสองรอบอายุ ทั้งผู้เยาว์และผู้อาวุโส จะมีเหตุการณ์ไม่ราบรื่นผ่านเข้ามาแน่ ดังนั้นช่วงต้นปีจึงควรหาเวลาไปไหว้พระ และหมั่นทำบุญ ตักบาตร สวดมนต์เพื่อคุ้มครองดวงชะตา และบรรเทาเคราะห์ภัยร้ายต่างๆ
………

ท่านที่เกิดปีขาลรอบอายุ 60 ปี (พ.ศ.2493)

………
………สำหรับเจ้าชะตารอบอายุ 60 ปี ปีเกิดท่านถูกจัดให้เป็นปีชงราศีหนึ่ง ตลอดทั้งปีจึงอาจต้องเผชิญกับปัญหาความวุ่นวายไม่น้อย แต่ก็มีดาวมงคลแห่ง ปัญญามาคอยช่วยเหลือ เคราะห์ภัยที่มีจึงได้รับการบรรเทา จะทำอะไรใช้ปัญญาไตร่ตรองให้รอบคอบโดยเฉพาะเรื่องงาน และธุรกิจการค้า ในปีนี้ไม่ควรใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ
………ด้านสุขภาพระวังการเจ็บป่วยด้วยโรคกระเพาะและลำไส้ อีกทั้งต้องระวังอุบัติเหตุทั้งใน ระหว่างทำงานและเดินทาง หลีกเลี่ยงการไปร่วมงานศพ ไม่ว่าจะไปเป็นประธาน หรือรองประธานในพิธี หรือเดินทางไปส่งศพที่สุสาน หรือแม้แต่การรับประทานอาหารในงานศพก็ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด
………ในช่วงต้นปีท่านควรหาเวลาไปไหว้พระ ทำบุญตักบาตร และหมั่นสวดมนต์ นั่งสมาธิ ปฎิบัติธรรมให้เป็นประจำ ก็จะช่วยให้พบแต่สิ่งมงคลและโชคดี

ท่านที่เกิดปีขาลรอบอายุ 48 ปี (พ.ศ.2505)

………
………ใน ปี 2553 นี้ ท่านจะพบกับปัญหา ความเดือดร้อน วุ่นวาย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท้งเรื่องการงาน-การค้า, ครอบครัว สุขภาพดังนั้นเตรียมใจรับมือกับปัญหาและวางแผนไว้ล่วงหน้าได้เลย การงานทุกอย่างควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือทำ อย่าใจร้อน อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจ จะสร้างความเสียหายติดตามมา อุปสรรคและปัญหาทุกอย่างแม้จะหนักแต่ ท่านก็จะสามารถผ่านไปได้ หากมีความมานะพยายามและอดทน สิ่งสำคัญคือ ท่านควรสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงานไม่ว่าจะในระดับที่สูงกว่า หรือต่ำกว่า นอกจากนี้ท่านต้องรักษาความจริงใจ และมีความยุติธรรมโปร่งใส จึงจะช่วยให้การงาน-การค้า ราบรื่นก้าวหน้า
………ด้านครอบครัวจะมีความสุขดีพอใช้ แต่ควรระวังเรื่องสุขภาพที่จะเกิดกับตับ ถุงน้ำดี ม้าม หรือกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ในช่วง 14 เม.ย.-13 พ.ค. และ 12 ก.ค. – 9 ส.ค. เจ้าชะตาต้องระวังการมีปากเสียง หรือเกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่น จนส่งผลให้เกิดเรื่องเดือดร้อน และเสียหายตามมา
………

ท่านที่เกิดปีขาลรอบอายุ 36 ปี (พ.ศ.2517)

………
………เนื่อง จากปี 2553 นี้ เป็นปีที่ตรงทับปีเกิด ดวงชะตาจะไม่ใคร่ดี หลายเรื่องที่ตั้งใจจะทำ อาจไม่สำเร็จ หรือไม่ราบรื่นเท่าที่ควร จะมีปัญหา อุปสรรครังควานเสมอ ดังนั้นในการทำงาน หรือธุรกิจการค้าใดๆ ก็ตามในปีนี้ ควรทำด้วยความสุขุมรอบคอบ ตัดสินใจให้ละเอียด เพราะจะส่งผลเสียหายหนัก โชคยังดียังมีดาวมงคลคอยช่วยเหลือบ้าง ประกอบกับ หากท่านมีความตั้งใจ มีความขยันอดทน ไม่ท้อ ก็จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ และกิจการเดินหน้าไปได้ด้วยดี
………ด้านการเงินท่านไม่ค่อยดี ไม่ควรเล่นการพนันเสี่ยงโชค ห้ามลงทุนในธุรกิจที่เสี่ยงต่อกฎหมาย เพราะนอกจากจะทำให้สูญเสียเงินแล้วยังอาจต้องโทษคดีอาญาอีกด้วย ที่สำคัญท่านมีเกณฑ์จะพบกับปัญหาขาดสภาพคล่อง หากมีการใช้จ่ายแบบมือเติบโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดี
………ด้านครอบครัว ปีนี้ท่านควรหาเวลาอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวให้มากขึ้น เพื่อจะได้กระชับความสัมพันธ์ การพูดคุย และสื่อสารที่ดีจะนำมาซึ่งความสงบสุขในครอบครัว นอกจากนี้ช่วงต้นปีท่านควรหาเวลาไปไหว้พระตามวัดต่างๆ หมั่นทำบุญ ตักบาตร ถือศีล ทำสมาธิ และปฎิบัติธรรม ผลบุญก็จะช่วยให้การงานราบรื่นทุกสิ่งสมหวัง

ดูดวงปี 2553 สำหรับท่านที่เกิดปีเถาะ

ท่านที่เกิดปีเถาะรอบอายุ 83 ปี (พ.ศ. 2470) และรอบอายุ 23 ปี (พ.ศ. 2530)

………
………สำหรับเจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 83 ปี ปีนี้มีดาวมงคลที่ส่งผลให้ท่านสุข สบาย ลูกหลานดูแล ถ้ามีธุรกิจ การค้า ก็ส่งผลดีต่อเนื่อง ปีนี้ส่วนใหญ่ใช้เวลาทำงานเบาๆ เช่น ทำสวน ดูแลต้นไม้ อ่านหนังสือ รับประทานอาหารกับลูกหลาน บั้นปลายชีวิต เป็นสุขดี
……… สำหรับผู้มีอายุ 23 ปี ในปี 2553 นี้ ด้านการเรียนจะดี ส่วนใครที่ทำงาน ก็จะมีผู้ใหญ่คอยอุปถัมภ์ช่วยเหลือ ทำให้งานเจริญก้าวหน้า จะได้ไปงานมงคล และมีโชคลาภเข้ามาเยือน สิ่งที่ต้องระวังคือ การใช้เครื่องมือ-เครื่องใช้ ที่มีคม จะทำให้เลือดตกยางออกได้ นอกจากนี้ควรระวังอุบัติเหตุจากการเดินทางทั้งใกล้และไกล ระวังถูกลูกหลงจากการทะเลาะวิวาท อย่าคบเพื่อนที่ชอบชวนไปที่อโคจร จะมีเหตุแน่นอน
………

ท่านที่เกิดปีเถาะรอบอายุ 71 ปี (พ.ศ. 2482) และรอบอายุ 11 ปี (พ.ศ. 2542)

………
………สำหรับเจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 71 ปี หากยังทำงานอยู่ ปี 2553 นี้ จะพบอุปสรรคปัญหา ท่านที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องไม้ เครื่องมือ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจจะประสบเหตุบาดเจ็บเลือดตกยางออก และสะดุดหกล้ม ในที่สูงต่ำ อีกทั้งต้องดูแลเรื่องการอาหารการกิน ให้ถูกสุขอนามัย รวมทั้งทำใจให้สบาย อย่าเครียด ถึงจะมีความสุข
………สำหรับเจ้าชะตาวัยเยาว์อายุ 11 ปี ในปี 2553 นี้ เด็กจะเป็นที่รักใคร่ของคนในบ้าน อีกทั้งการเรียนจะมีความก้าวหน้า เรียนดี ขอให้ตั้งใจเรียน ทบทวนบทเรียนสม่ำเสมอ คบเพื่อนที่รักเรียน ก็จะส่งผลให้การเรียนดีตามที่ตั้งเป้าไว้ พ่อแม่ควรใส่ใจเรื่องเรียนของลูกด้วย สิ่งที่ควรระวังคือ อุบัติเหตุระหว่างการเดินทางแ ละการทำกิจกรรมนอกบ้าน นอกจากนี้ต้องระวังภัยที่เกิดจากไฟให้ดี ทั้งระบบไฟฟ้า หรือเปลวไฟที่ลุกไหม้ มีเกณฑ์ได้รับอันตราย เรื่องการ

ท่านที่เกิดปีเถาะรอบอายุ 59 ปี (พ.ศ. 2494)

………
………ปี 2553 นี้ จะทำงานการใดๆ ต้องศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ มีการวางแผนงาน และเตรียมความพร้อมให้ดี
………การเงินระวังลูกน้องยักยอกทรัพย์ อาจเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องของเงินทุนหมุนเวียน ดังนั้นควรวางแผนทางการเงินตั้งแต่ต้นปีให้ดี จะได้จัดการกับปัญหาที่ผ่านเข้ามาได้
………นอกจากนี้ควรระวังปัญหาด้านสุขภาพ โรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน การเกิดภัยร้ายที่ไม่คาดคิด ทำให้ท่านได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งสมาชิกในครอบครัวก็จะนำเรื่องไม่สบายใจมาให้ท่าน
………อย่างไรก็ดีหากภายในบ้านของท่านมีงานมงคลในปีนี้ ก็จะสามารถผ่อนคลายเรื่องร้ายๆ นี้ไปได้ หรือมีอีกวิธีคือ หากท่านได้เดินทางไปไหว้องค์พระที่ประดิษฐานอยู่ทางทิศเหนือ ก็จะช่วยได้ หรือหากไม่สะดวก ท่านอาจหาโอกาสทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านโดยตั้งพระประธานหันหน้าไปทางทิศเหนือ ก็ได้เช่นกัน จะช่วยให้การงานและสิ่งที่ติดขัดราบรื่นขึ้น
………

ท่านที่เกิดปีเถาะรอบอายุ 47 ปี (พ.ศ. 2506)

………
………ปี 2553 นี้ ด้านการงานจัดว่าดี งานของท่านจะพบผู้อุปถัมภ์ ส่งผลให้มีความเจริญก้าวหน้าได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ส่วนใครที่ทำธุรกิจการค้า เจริญก้าวหน้าดี ใครอยากขยับขยายการลงทุน มีโอกาสสำเร็จได้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ อีกทั้งปีนี้ท่านจะมีโอกาสซื้อทรัพย์สินราคาแพง หรือมีโอกาสย้ายเข้าบ้านใหม่ อาจกล่าวได้ว่า ในปี 2553 นี้ ท่านจะมีความเจริญรุ่งเรือง มีชื่อเสียง เงินทอง เข้ามา ทำให้ ท่านประสบความสุข
………ส่วนที่ต้องระวังคือ ปัญหาด้านสุขภาพ และอุบัติเหตุที่เกิดจากการทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ เครื่องไม้ เครื่องมือ เครื่องจักร นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระวังอีกเรื่อง คือ การบริหารจัดการด้านการเงิน ต้องวางแผนการใช้จ่ายให้รอบคอบ อย่าฟุ้งเฟ้อ หรือลงทุนผิดกฎหมาย จะพบกับความเดือดร้อน อีกทั้งไม่ควรนำเงินไปใช้เที่ยวเตร่เฮฮา เที่ยวสถานบันเทิงเริงรมย์ เพราะนอกจากต้องเสียทรัพย์โดยไม่จำเป็นแล้ว ยังจะทำให้ท่านต้องโชคร้ายพบกับความเดือดร้อน หรือพบกับอุบัติเหตุด้วย
………

ท่านที่เกิดปีเถาะรอบอายุ 35 ปี (พ.ศ. 2518)

………
………ในปี 2553 นี้ มีดาวมงคลส่องสว่าง ทางทิศการงาน การค้าของท่าน จึงมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ท่านควรจะเพิ่มความขยัน อดทน และสร้างผลงานให้มากขั้น เพื่อที่จะได้มีรายรับเข้ามามากขึ้น ปีนี้นับเป็นจังหวะเหมาะในการลงทุนขยับขยายกิจการ โครงการต่างๆ ที่วางแผนไว้ก็มีโอกาสสำเร็จ เพราะจะได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลรอบข้างเป็นอย่างดี การเงินมีแนวโน้มดีขึ้น หมุนเวียนคล่องตัว อีกทั้งจะมีโอกาสซื้อทรัพย์สินราคาแพง แต่สิ่งที่ท่านควรระลึกไว้เสมอคือ ความสำเร็จที่ได้มานั้น ต้องอาศัยความขยันพากเพียรของตัวท่านเองเป็นหลัก
………ส่วนทางด้านครอบครัว ปีนี้ขาดความสงบสุข อาจมีเหตุวุ่นวายเรื่องการรักษาพยาบาลและดูแลความปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน จึงควรระวังเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ท่านมีเกณฑ์จะผิดใจกับคนรัก หรือคู่ครอง จากมือที่ 3 ต้องแบ่งเวลาให้ดี หากมีปากเสียงต้องใช้สติ อย่าใช้อารมณ์ แล้วทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วย

ดูดวงปี 2553 สำหรับท่านที่เกิดปีมะโรง

ท่านทีเกิดปีมะโรงรอบอายุ 82 ปี (พ.ศ.2471) และรอบอายุ 22 ปี (พ.ศ. 2531)

………
………ในปี 2553 นี้ เจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 82 ปี ต้องระวังจะมีภัยอันตราย และมีเหตุให้ต้องไว้ทุกข์ อย่าก้าวก่ายหรือจุกจิกกับลูกหลาน หมั่นไปทำบุญสร้างกุศล ทำสมาธิ ทำบุญใส่บาตร บริจาคทาน และไถ่ชีวิตสัตว์ จะช่วยให้รู้สึกสงบ และมีความสุขมากขึ้น
………สำหรับหนุ่มสาวอายุ 22 ปี จะทำกิจกรรมอะไรต้องไตร่ตรองให้ดีก่อน ด้านการศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศมีแนวโน้มดี หากขอทุนมีโอกาสได้สูง ส่วนผู้ที่ก้าวเข้าสู่การ ทำงานในปีนี้ ก็เป็นการเริ่มต้นที่สดใส หากจะสอบเข้าทำงาน ในหน่วยงานราชการ หรือดำเนินงานธุรกิจส่วนตัว ก็มีโอกาสที่ดี สิ่งที่ต้องระวังคือ การถูกหลอก หรือเพื่อนไม่ดีชักชวนไปในทางผิด นอกจากนี้ยังต้องระวังอุบัติเหตุ หรือการเกิดเคราะห์ภัย เพราะปีนี้ท่านอาจจะต้องไว้ทุกข์ให้กับญาติผู้ใหญ่ ดังนั้นควรหาโอกาสไหว้พระไหว้เจ้า หรือทำสิ่งที่เป็นกุศล เช่น ถวายสังฆทาน ปล่อยสัตว์ ก็พอจะช่วยบรรเทาเคราะห์ภัยได้
………

ท่านที่เกิดปีมะโรงรอบอายุ 70 ปี (พ.ศ. 2483) และรอบอายุ 10 ปี (พ.ศ. 2543)

………
………สำหรับเจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 70 ปี ในปีนี้ ท่านต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งเหยิงวุ่นวายจนดิ้นไม่หลุด ฉะนั้นในทุกการงาน ท่านควรมองให้ชัดก่อนลงมือ แม้ดวงครอบครัวจะมีงานมงคล แต่ท่ามกลางเรื่องน่ายินดีอาจปรากฏเรื่องเสียใจ มีเรื่องวุ่นวายทำให้ครอบครัวขาดความสงบสุข ท่านควรระวังความปลอดภัยและสุขภาพของคนในบ้าน สำหรับการงานควรมองหาคนรุ่นใหม่มารับช่วงงานต่อ จะช่วยให้สุขภาพกายและใจของท่านดีขึ้น นอกจากนี้ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง เกี่ยวกับเรื่องของลูกหลาน
………ปี นี้ให้ระวังปัญหาสุขภาพ การเจ็บป่วยโดยเฉพาะ เรื่องความดันผิดปรกติ และโรคตับอักเสบ ระวังการเกิดอุบัติเหตุ และผู้ไม่หวังดีสร้างความเดือดร้อน
………สำหรับเยาวชน ปีมะโรงอายุ 10 ปี ปีนี้การเรียนไม่ราบรื่น ต้องเพิ่มความขยันให้มากขึ้นกว่าเดิม ด้านการเล่นผู้ปกครองอย่ามองข้ามความปลอดภัย ควรเตือนให้เด็กระมัดระวังในการทำกิจกรรมต่างๆ เสมอ อย่าประมาท ระวังการเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ระวังคนแปลกหน้าที่เข้ามาทักทาย อย่าไว้ใจคนที่ไม่รู้จักเด็ดขาด ทำอะไรต้องอยู่ในสายตา ของผู้ใหญ่ มีเกณฑ์ได้รับอันตราย
………

ท่านทีเกิดมะโรงรอบอายุ 58 ปี (พ.ศ.2495)

………
………ปี 2553 ดวง ชะตาโดยรวมไม่ค่อยดี จะทำการสิ่งใดมักพลิกผันได้ง่าย จะทำอะไรต้องมีสติ และรอบคอบเสมอ ถึงจะพ้นอุปสรรคไปได้ นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีเกณฑ์เสียทรัพย์ ไม่เหมาะกับการลงทุน หรือร่วมทุนใดๆ เพราะมีโอกาสประสบภาวะขาดทุน หากจำเป็นต้องลงทุนทำกิจการใดๆ จริงๆ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ระวังการทุจริตทางบัญชี ระวังการขาดสภาพคล่องของเงินทุนหมุนเวียน และระวังถูกผู้อื่นหลอกใช้ เอกสารปลอมในการทำธุรกรรมต่างๆ โดยเฉพาะช่วง 14เม.ย.-13พ.ค. / 12 มิ.ย.-11 ก.ค. / 8 ก.ย. – 7 ต.ค. และช่วง 8 ต.ค.-5 พ.ย.
………และ เพื่อบรรเทาดวงชะตา ควรเสริมสร้างบารมี ด้วยการปฏิบัติธรรม ทำบุญ และ บริจาคทานแก่ผู้ด้อยโอกาส ก็จะส่งผลให้ดีขึ้น ส่วนความสุขด้านครอบครัว ราบรื่น สดใส ลูกหลานจะนำข่าวดีมาให้ น่าปลื้มใจ
………

ท่านที่เกิดปีมะโรงรอบอายุ 46 ปี (พ.ศ.2507)

………
ในปี 2553 นี้ ดวงชะตาของท่านต้องประสบเคราะห์กรรม การงาน การค้า มีอุปสรรค มีคนจ้องทำร้าย เป็นปีที่ท่านจะต้องใช้ความอดทน และความรอบคอบอย่างสูงในการดำเนินกิจกรรมงานต่างๆ ไม่ควรใจร้อนวู่วาม เพราะจะนำพาความเสียหายมาให้
สิ่งที่จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา คือ ความซื่อสัตย์ ดังนั้นการประกอบการงานใดๆ ก็ตามขอให้ทำแบบตรงไปตรงมา ห้ามทำเรื่องทุจริตโดยเด็ดขาด เพราะมีสิทธิ์ต้องคดีความ อีกทั้งจะทำอะไรอย่าเอาแต่อารมณ์ เป็นใหญ่ จะทำให้ถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครคบหา ระวังการพูดจาติดต่อกับผู้คน ควรหมั่นทำบุญสร้างกุศลก็จะช่วยลดเคราะห์ภัย และช่วยเสริมให้การงานธุรกิจเจริญรุ่งเรืองได้
………

ท่านที่เกิดปีมะโรงรอบอายุ 34 ปี (พ.ศ.2519)

………
………ปี 2553 เป็นปีที่มีผลด้านลบต่อครอบครัวของเจ้าชะตา โดยจะทำให้คนในครอบครัวเกิดปัญหา ต่างๆ ทั้งเรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วย หรืออุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง ดังนั้นจึงไม่ควรประมาท ควรหาโอกาสทำบุญ สร้างกุศล ไม่ว่าจะเป็น การสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา จะทำให้ท่านได้พบกับคนดี เป็นกัลยาณมิตร ช่วยเหลือทำให้หลายอย่างราบรื่นรวดเร็วขึ้น และควรหาโอกาสพาสมาชิกในครอบครัวไปทำบุญร่วมกันอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อเสริมบารมีและผ่อนคลายเคราะห์ร้ายที่จะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวให้เบาบางลง
………อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปีนี้โชคชะตาจะไม่เอื้ออำนวย การงานก็ยังมีขวากหนาม ก็ยังมีทางให้เดินอยู่ ขอให้ปฏิบัติตัวดังนี้ คือ หมั่นเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ รักษาความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนฝูง และพันธมิตรทางการค้าไว้เสมอ นอกจากนี้ ควรส่งเสริมตัวเองด้วยการเพิ่มความเพียรในหน้าที่การงานของตน ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง หมั่นแสวงหาความรู้อยู่เสมอ เป้าหมายและความสำเร็จก็จะไม่ไกลเกินมือคว้า

ดูดวงปี 2553 สำหรับท่านที่เกิดปีมะเส็ง

ท่านที่เกิดปีมะเส็งรอบอายุ 81 ปี (พ.ศ.2472) และรอบอายุ 21 ปี (พ.ศ.2532)

………
………สำหรับเจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 81 ปี ในปี 2553 นี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่ท่านควรดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ควรดูแลให้ถูกสุขอนามัย อย่าทานรสจัด และต้องหมั่นไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นระยะๆ นอกจากนี้ท่านไม่ควรจู้จี้จุกจิกกับลูกหลาน ใครไปมาหาสู่ควรให้ศีลให้พร แล้วท่านจะเป็นที่เคารพรักใคร่ของครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด
………สำหรับดวงของเจ้าชะตารอบอายุ 21 ปี ในปี 2553 นี้ ท่านได้พลังมงคลด้านการงานจะพบผู้อุปถัมภ์ ส่วนด้านการเรียนจะมีความก้าวหน้า ท่านที่ทำการค้าของตัวเองจะมีความสำเร็จดังที่ตั้งใจ ขอให้ขยัน อดทน และมีคนแนะนำที่ดี
………ส่วนสิ่งที่ควรระวัง คือ อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องที่ไม่ใช่กิจธุระของเรา และระวังอุบัติเหตุทั้งระหว่างทำงาน และการเดินทาง ระวังคนให้ร้ายป้ายสี ระวังเรื่องการควบคุมอารมณ์ของตนเอง อย่าเที่ยวไปทะเลาะกับใคร เพราะจะเสียใจภายหลัง
………

ท่านที่เกิดปีมะเส็งรอบอายุ 69 ปี (พ.ศ.2484) และรอบอายุ 9 ปี (พ.ศ.2544)

………
………ในปี 2553 ดวงชะตาสำหรับท่านที่รอบอายุ 69 ปี ไม่ค่อยดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ร่างกาย มีปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ต้องเสียเงินรักษาบ่อยครั้ง เช่น อาการปวดเมื่อยตามข้อต่อต่างๆ โดยเฉพาะหัวเข่า หรือมักเป็นตะคริว ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเบาๆ และหมั่นพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นระยะๆ ระวังโรคภัยซ่อนเร้น ด้วย เพราะมันทำให้ท่านรู้สึกหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำในปีนี้ คือ ทำจิตใจให้สบาย อย่าไปสนใจปัญหาของผู้อื่น และอย่าว่ากล่าวตำหนิลูกๆหลานๆ ให้ปล่อยวางซะ จิตใจของท่านจะรู้สึกสบายขึ้น
………สำหรับเจ้าชะตาวัยเยาว์ 9 ปี ปีนี้ควรระวังเพื่อนบางคนชักชวน ไปเล่นเกมส์นอกบ้าน หากเล่นมากเกินไปจะไม่ดีต่อทั้ง การเรียนและสุขภาพ นอกจากนี้มีเกณฑ์หกล้ม ได้รับบาดเจ็บเลือดออก เป็นเหตุให้ผู้ปกครองเสียทรัพย์ ช่วงต้นปีท่านผู้ปกครองควรจะพาไปไหว้พระให้คุ้มครอง ให้รอดพ้นจากเคราะห์ภัย
………

ท่านที่เกิดปีมะเส็งรอบอายุ 57 ปี (พ.ศ.2496)

………
………เจ้าชะตาที่เกิดปีมะเส็งรอบอายุ 57 ปี ในปีนี้มีทั้งดีและร้ายปะปนกันอย่างละครึ่ง ด้านการงานหรือธุรกิจการค้า ท่านจะพบผู้อุปถัมภ์คอยให้การสนับสนุนช่วยเหลือ มีความเจริญก้าวหน้า ส่วนเรื่องร้าย ท่านต้องระวังลูกน้อง กลั่นแกล้งให้ร้ายทำให้เสียทรัพย์ แต่ถึงแม้ท่านจะเหน็ดเหนื่อยด้านการงาน แต่ผลจากความเหน็ดเหนื่อยนั้นก็จะแปรเปลี่ยนเป็นผลงานให้ท่านได้ชื่นชมยินดีในภายหลัง จึงขอให้ท่านอดทนไปอีกปี แล้วความพยายามของท่านก็จะสัมฤทธิผล
………อย่างไรก็ตามแม้ดวงปีจะได้รับพลังชง แต่ท่านโชคดีกว่ารอบอายุอื่น เนื่องจากมีดาวมงคลให้ความช่วยเหลือทำให้เรื่องร้ายผ่อนจาก หนักเป็นเบาได้ ทว่าท่านก็ไม่ควรประมาท ควรระวังปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านการมีปากเสียงและปัญหา ด้านการถูกตรวจสอบ โดยท่านมีแนวโน้มจะเกิดปัญหากับหน่วยงานราชการ ช่วงต้นปีท่านจึงควรไปไหว้พระไหว้เจ้า เพื่อ จะช่วยให้การงานหรือการค้ามีความราบรื่น ค้าขายดีและหากหมั่นทำบุญสร้างกุศลจะช่วยบรรเทาเคราะห์ภัยได้
………

ท่านที่เกิดปีมะเส็งรอบอายุ 45 ปี (พ.ศ.2508)

………
………ดูดวงในปี 2553 นี้ ชาวมะเส็งรอบอายุ 45 ปี มีส่วนรับพลังชงอยู่ทำให้ การจะทำกิจการ งานใดๆ มีปัญหา อุปสรรค แต่ก็ ยังมีดาวมงคลเกื้อหนุน หากท่านตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี ขยันตั้งใจทำงานโดยไม่ย่อท้อ ก็จะทำให้หน้าที่การงานหรือธุรกิจการค้าท่านมีความเจริญก้าวหน้า ถึงแม้รอบตัวจะติดขัดหลายเรื่อง ท่านก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ในที่สุด
………ส่วนปัญหาหนักสำหรับท่านในปีนี้คือ เรื่องสุขภาพ ควรระวังโรคตับ โรคกระเพาะโรคลำไส้ โรคอาหารเป็นพิษ ทั้งต้องเพิ่มความระมัดระวังอุบัต ิเหตุทั้งในระหว่างทำงาน และเดินทางสัญจร อีกหนึ่งเรื่องที่ควรระวังคือ การลง ทุน ในปีนี้จะมีความเสี่ยงสูง ท่านจึงควรระมัดระวังการลงทุนให้ดี อีกทั้งเรื่องของคนอื่นก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง เพราะอาจได้รับเคราะห์จากสิ่งที่ท่าน ไม่ได้ก่อ และระวังทรัพย์สินมีค่าสูญหาย ทางที่ดี ต้นปีท่านควรหาเวลาไปไหว้พระ ขอพร หมั่นทำบุญ ปฎิบัติธรรมเป็นประจำ ผลบุญก็จะช่วยคุ้มครองให้ทุกอย่างราบรื่น และดีขึ้น
………

ท่านที่เกิดปีมะเส็งรอบอายุ 33 ปี (พ.ศ.2520)

………
………ในปี 2553 ผู้ที่เกิดปีมะเส็ง จะมีดวงชะตาที่ดี การงานเจริญ รุ่งเรืองก้าวหน้า ผลงานจะเข้าตาผู้หลักผู้ใหญ่ และมีโอกาสให้ท่านได้แสดงความสามารถเต็มที่ และเรียนรู้ที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการงานของตัวเอง ดังนั้นปีนี้ เจ้าชะตาควรจะขยันตั้งใจสร้างผลงาน ก็จะมีอนาคตที่สดใส แต่ก็ระวังจะถูกคนอิจฉา ริษยา
………ดังนั้นต้องรู้จักนอบน้อมถ่อมตน ควบคุมอารมณ์ และคำพูด ที่เหน็บแนม โดยเฉพาะท่านที่ทำงานในตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต มีสิทธิ์จะถูกกลั่นแกล้งใส่ร้าย ก็ขอให้ระมัดระวังตัวในการกระทำต่างๆ ทุกอย่างต้องโปร่งใสมีเหตุผลอธิบายได้ มิฉะนั้นผู้ไม่หวังดีจะได้โอกาสเลื่อยขาเก้าอี้ของท่านได้ ส่วนการเที่ยวเตร่แบบไร้สาระในที่อโคจร จะทำให้เกิดโทษภัยแก่ท่าน ไปไหว้พระดีกว่านะ

ป้ายกำกับ:

 
1

ศัพท์่ย่อ สำหรับขาแชท

Posted by kukky on ต.ค. 15, 2009 in ท่องเที่ยว

ASAP = As soon as possible = เร็วสุดเท่าที่เร็วได้

ATM = At the moment =
ในตอนนี้

BC = Because = เพราะว่า

BG = Big grin = (
ยิ้มอยู่)

BOTOH = But on the other hand =
แต่ในทางกลับกัน

BTDT = Been there, done that =
ไปมาแล้วทำเรียบร้อยแล้ว

BTW = By the way =
อย่างไรก็ตาม

COZ = Because = เพราะว่า

CU = See you =
แล้วเจอกัน

CUL or CUL8R = See you later =
แล้วเจอกัน

EZ = Easy = ง่าย

FAQ = Frequently asked questions = คำถามที่ถามบ่อย

FYI = For your information =
แจ้งเพื่อรับทราบ

GJ = Good job = ทำได้ดีมาก!

GL = Good luck =
โชคดีนะ

GRT = Great =
เยี่ยม!

GW = Good work =
ทำได้ดีมาก

HAND = Have a nice day = โชคดีนะ

IC = I see = เข้าใจล่ะ

IMO = In my opinion
ฉันคิดว่า…

IMPOV = In my point of view =
ฉันคิดว่า….

IOW = In other words =
ถ้าจะพูดอีกอย่างก็..

IRL = In real life =
ในชีวิตจริง

JIC = Just in case = เผื่อไว้

JTLYK = Just to let you know =
แค่บอกให้รู้ไว้

KIS = Keep it simple = เอาง่ายๆ

KIT = Keep in touch =
ติดต่อกันอีกนะ

LOL= Laughing out loud = หัวเราะ 555+

NBD = No big deal = ไม่มีปัญหา เรื่องเล็กน้อย

NP = No problem =
ไม่มีปัญหา

NVM = Never mind =
ไม่เป็นไร

OMG = Oh my god = พระเจ้า จอร์จจจ

PCM = Please call me = โทรมาหาที

PLS = Please = ได้โปรด

PLZ = Please =
ได้โปรด

Q = Question = คำถาม

SIT = Stay in touch = แล้วติดต่อกันใหม่

SOZ, SRY = Sorry =
ขอโทษที

SYS = See you soon =
แล้วพบกันใหม่

THX = Thanks = ขอบใจจ้า

TIA = Thanks in advance =
ขอบคุณล่วงหน้า

TY = Thank you =
ขอบคุณ

U = You = คุณ

WB = Welcome back = ขอต้อนรับกลับมา

WFM = Works for me =
สำหรับฉันแล้วได้ผลนะ

XOXO = Hugs and kisses = รักนะจุ๊บๆ

Y = Why = ทำไมหละ

YW = You are welcome
ด้วยความยินดี

ป้ายกำกับ:, ,

 
0

นิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง

Posted by kukky on ต.ค. 7, 2009 in สุขภาพ

นิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง

ต้นเหตุของสมองเสื่อม ความจำสั้น อัลไซเมอร์สมอง คืออวัยวะสำคัญ มีหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว, พฤติกรรม และรักษาสมดุลภายในร่างกาย เช่น การเต้นของหัวใจ, ความดันโลหิต, สมดุลของเหลวในร่างกาย และอุณหภูมิ เป็นต้น

หน้าที่ของสมองยังมีเกี่ยวข้องกับการรับรู้ อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้การเคลื่อนไหว และความสามารถอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ แต่คนเรามักไม่รู้ตัวเองว่าพฤติกรรมบางอย่างที่กระทำลงไป นอกจากจะเป็นการทำร้ายร่างกายไม่พอยังทำร้ายสมองด้วยเช่น

1.ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม

2. กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น

3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์

4. ทานของหวานมากเกินไป การกินของหวานมาก จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาองสมอง

5. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกายการสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง

6. การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อนการอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้

7. นอนคลุมโปง การนอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง

8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว

9. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมองการขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ

10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง

รู้หรือยังค่ะว่าสมองมีความสำคัญมากแค่ไหน ดังนั่นเราควรที่จะหันมาบำรุงสมองแทนการทำร้ายสมองกันดีกว่ามั้ยค่ะ

ป้ายกำกับ:

 
3

ความรัก กะ รองเท้าที่ไม่พอดี

Posted by kukky on ก.ย. 27, 2009 in ความรัก

วันหนึ่ง ………ฉันอยากได้รองเท้า ฉันเดินเข้าไปในร้านที่มีรองเท้าหลากสี-หลายแบบวางเรียงราย

ร้ า น แ ล้ ว ร้ า น เ ล่ า

แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รองเท้าถูกใจกลับไปด้วยแม้แต่คู่เดียว

เลือกแล้ว__________ เลือกอีกจนในที่สุดก็มาหยุดอยู่หน้ากระจกร้านหรูแห่งหนึ่ง

รองเท้าส้นสูงสีส้มคู่นั้นสะท้อนเงาเฉิดฉายผ่านกระจกออกมาแตะตาฉันตั้งแต่แรกเห็น

มันช่างเป็นรองเท้าที่สวยจนอยากมีไว้ประดับคู่เท้าในทุกย่างก้าว

โดยไม่รอรี……ฉันเดินตรงลิ่วเข้าไปหามัน

แม้ป้ายราคาเล็ก-เล็กที่ติดเอาไว้จะบอกราคาที่ไม่เล็กนัก

แต่ฉันไม่ลังเลสักนิดเดียวที่จะจ่ายเงินจำนวนนั้นออก
ไปเพื่อให้ได้รองเท้าที่ถูกใจที่สุดในวันนี้

‘แน่นนิดนึงนะคะ…มีคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่านี้มั้ย’

ฉันถามพนักงานขายขณะที่กำลังพยายามสอดเท้าลงไป
ในรองเท้าคู่สวยให้พอดี แล้วพบว่ามันพอดิบ-พอดี

จนขยับเท้าไม่ได้

‘ไม่มีหรอกค่ะ….เรามีแบบละคู่เท่านั้น รับรองว่า
ใส่แล้วไม่ซ้ำแบบใคร’

พนักงานขายเสนอข้อได้เปรียบในการซื้อสินค้า

‘แต่ดิฉันว่าใส่แล้วก็พอดีนะคะ เผื่อมันยืดออกอีกนิดหน่อย’

เธอยังคงเสนอต่อเมื่อเห็นแววตาที่ฉันชื่นชมสินค้าของเธอ

- – เย็นวันนั้นฉันกลับบ้านด้วยรอยยิ้มกรุ่นพร้อมกับ
รองเท้าคู่สวยที่อยู่ในมือ – -

ฉันจัดแจงโยนรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่ใส่มาแรมปีทิ้งไป
อย่างไม่แยแส

วันรุ่งขึ้น ………… ..ฉันออกเดินด้วยรองเท้า
คู่ใหม่อย่างเฉิดฉาย

ยิ่งมีใครต่อใครชมว่ามันสวยนักหนาฉันก็ยิ่งปลื้มใจ

ทว่าไม่ทันข้ามวันรองเท้าเจ้ากรรมก็แผลงฤทธิ์จนฉัน
เดินโขยกเขยก

และเย็นวันนั้นฉันก็ต้องกลับมาบ้านพร้อมกับเท้าที่ระบม

ห า ก ชี วิ ต ค น เ ร า เ ป็ น เ ห มื อ น
ก า ร เดิ น ท า ง ไ ก ล

ความรัก ____________ _____ก็คงเป็นเหมือน
รองเท้า

แ ท้ ที่ จ ริ ง แ ล้ ว น่ ะ น ะ

………… ..

ฉันว่าคนเราไม่ได้ต้องการ   ’รองเท้าสวย’  มากไปกว่า  - – รองเท้าที่ใส่สบาย – - แต่ก็นั่นแหละ

ใคร-ใครก็ย่อมชอบรองเท้าสวย-สวยด้วยกันทั้งนั้น

ถึงไม่น่าแปลกที่หลายคนมักตัดสินใจซื้อรองเท้าเพราะ  ว่า ‘มันสวย ‘ มากกว่า ‘มันพอดีกับเท้า’

และแม้มันจะใส่แล้วคับไปนิด…อึดอัดไปหน่อยก็ยังไม่ วางมือ

เหตุเพราะว่า____________ ___มันสวยถูกใจ

หรือแม้มันจะราคาแพงลิบลิ่วก็ยังอยากเป็นเจ้าของให้ได้

- – - หากว่าเราต้องเดินทางอีกไกล – - -

แม้จะมีรองเท้าสวยหรู ราคาแพง ยี่ห้อแบรนด์เนม
มันก็คงไม่มีประโยชน์

แม้จะสวยแค่ไหนแต่ถ้ามันทำเท้าเราเจ็บ…สุดท้ายก็
คงต้องถอดมันออก

เพราะถ้าขืนเราเดินทั้งเท้าเจ็บ-เจ็บเราคงไปไม่ถึง
ปลายหนทาง

ค ว า ม รั ก ก็ เ ช่ น กั น

เราอาจใฝ่ฝันที่จะมีคนรักสวย รวย เก่ง ฉลาด เลิศ หรู

….. แต่ความจริงแล้ว ….

เราเพียงต้องการคน-คนนั้นเพื่อให้ตัวเราดูดีขึ้นมาเท่า
นั้นเอง

ฉันว่านะ….รองเท้าที่ใส่แล้วสบายไม่จำเป็นต้อง
สวยเด่นอะไร

เพราะฉะนั้น

คนที่จะมาจับจูงมือเราไปตลอดทางของชีวิตก็ไม่จำเป็น
ต้องเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดจนใครนึกอิจฉา
แต่คงเป็น…คนที่เค้ารักเรา ดูแลเรา ดีต่อเราเข้าใจเราไม่ทำให้เราเจ็บ
ไม่ทำให้เสียใจ ซะมากกว่า…

บางที…การใส่รองเท้าที่เดินแล้วสบายมันอาจทำให้
เรามีความสุขมากกว่า

เพราะฉันเชื่อว่ามันจะพาเราไปจนถึงจุดหมาย

โดยที่เราไม่ต้องเจ็บเท้าและนึกอยากจะโยนมันทิ้งไป
เสียให้รู้แล้วรู้รอด

ตลอดการเดินทาง…

 
0

คนทั้ง12เดือน

Posted by kukky on ก.ย. 23, 2009 in สรรสาระ

คนเกิดเดือนมกราคม oct

เป็นคนค่อนข้างรอบคอบ ระมัดระวังวิตกจริต คิดมากตลอดเวลา ในบางคนก็ชอบเก็บสะสมของเก่า ของโบราณ รู้จักเก็บ มัธยัสถ์ งก ขี้เหนียว เสียดายของ ประหยัด ชอบที่จะแชร์ค่าใช้จ่าย มองกำไรขาดทุนไว้ก่อนเสมอ ดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่จริง ๆ แล้วฉลาดจึงสามารถเป็นนักธุรกิจที่ดีได้ ทะเยอทะยาน ชอบเอาชนะ บางทีก็คิดเล็กคิดน้อยอะไรไม่รู้ เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก ทรหดอดทนเป็นยอดเลยล่ะ โดยเฉพาะในเรื่องงานแล้วล่ะก็บ้างานมาก บ้านจนทำให้บางทีความรักที่มีอยู่จืดไปเลย จะแต่งงานช้าก็เพราะมัวแต่เลือกมากคิดมากอยู่ นั้นแหละ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความรักสักเท่าไหร่ ถ้างานที่ต้อรับผิดชอบนั้น ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง เป็นนักปฏิบัติแต่ในด้านความรัก ก็ใช่ย่อยมีเสน่ห์ล้ำลึกนัก มีความต้องการทางเพศค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน บางครั้งก็ขี้หงุดหงิดเอาแต่ใจตัวเอง แต่ทำเป็นขรึมเย็นชาซะอย่างนั ้นแหล่ะ บางทีก็ชอบเก็บตัวชอบสร้ากำแพง ทำเป็นหยิ่งแต่จริง ๆ กลับเป็นคนง่าย ๆ ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีพิษไม่มีภัยกับใคร สงบนิ่ง เจ้าระเบียบซะอีกแน่ะ รักเกียรติยศชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ ทำอะไรไม่ค่อยพึ่งใครชอบทำเอง แต่ก็เป็นคนมีบุญ มักได้คู่ดี

คนเดือนกุมภาพันธ์ oct

มัก เป็นคนที่มีอุปนิสัยร่าเริง เพื่อนฝูงมากมาย เพราะเป็นคนที่ตองการมิตรที่แท้จริง แต่ก็มักไม่ค่อยมีเพื่อนและที่สำคัญมีเพื่อนแท้น้อยมาก ชอบอยู่ในแวดวงสังคมที่ดี เพราะเป็นคนที่สามารถยิ้มแย้มแจ่มใสได้กับทุกสถานการณ์ ถึงแม้ว่าตนเองจะทุกข์อยู่ก็ตาม ชอบที่จะทำให้คนอื่นมีความสุข เป็นคนที่ช่างพูดช่างคุย ตีหน้าได้เก่ง มีนิสัยช่างคิดช่างจำแถมยังมีแผนการมากอีกด้วย เชื่อมั่นและมีความเห็นเป็นของตัวเอง ซื่อตรงดีชอบอิสระไม่ชอบขึ้นกับใคร หรือให้ใครบังคับขู่เข็ญให้ทำ หรืออยู่ใต้การควบคุมของใคร อยากทำอะไรทำเองไม่ต้องมาสั่ง ชอบชีวิตที่เรียบง่ายมากกว่าถึงแม้ว่าตัวจะต้องอยู่ในสังคมก็ตาม เป็นคนที่มีหัวคิดริเริ่มมีไอเดียอะไรดี ๆ และแปลกใ หม่อยู่เสมอ เพราะเป็นคนที่ใส่ใจเรียนรู้และสร้างสรรค์ ตามยุคตามสมัยทันเหตุการณ์ของโลกอยู่เสมอ ชอบเปลี่ยนแปลงจนคนรอบข้างตามไม่ทันหรือคิดไม่ถึงก็มีจริงใจเปิดเผยตรงไป ตรงมา นิสัยไม่ดีคือมักเอาแต่ใจและดื้อรั้นมาก ในบางครั้งก็ดูก้าวร้าวขวานผ่าซากและขี้งอนขี้น้อยอกน้อยใจ เป็นคนที่ชอบสนุกสนาน ชอบช่วยเหลือเพื่อน ทั้งที่ทำคุณกับใครไม่ค่อยขึ้นหรอก คบกับใครก็ได้ ช่างเลือกด้วย แถมไม่ชอบผูกมัดหรือมีพันธะติดกับใคร จึงหาคู่ที่ถูกใจยากออกสักหน่อย

คนเดือนมีนาคม oct

เป็น คนที่ชอบเห็นอกเห็นใจชาวบ้าน ชอบช่วยเหลือคนอื่นแล้วก็ไปรับแบกภาระซะอย่างนั้นแหล่ะ เข้ากับคนง่าย ปรับตัวได้ดีมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีจิตใจที่เมตตาโอบอ้อมอารี มีคุณธรรมสูง ชอบสร้างบุญสร้างกุศล แต่มักเป็นคนที่ขี้เหงา ว้าเหว่ หรือไม่ชอบอยู่ในที่แคบ ๆ มักชอบที่จะอยู่ในที่โล่งแจ้งมากกว่า แต่อารมณ์มักอ่อนไหวง่ายมาก ๆ ในบางครั้งก็ขี้หงุดหงิด จิตใจไม่แน่นอน อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนน้ำ ที่วันนี้ไม่รู้จะอยู่ในโอ่งหรือว่าขวดกันแน่ บางครั้งก็ดูแข็งบางทีก็อ่อนไหวง่ายเหลือเกิน ด้วยความใจอ่อนนี่แหล่ะมักทำให้สูญเสียโอกาสดี ๆ ไปเสมอ ดูอ่อนโยนสุภาพแต่ก็มีอารมณ์ที่ก้าวร้าว และปากร้ายได้เหมือนกัน เพราะเป็นคนที่เย็นก็ได้ ร้อนก็ได้ เสียใจง่าย ดีใจง่าย คล้อยตามคนอื่นได้ ไม่ค่อยแข่งขันอะไรกับใคร มักพอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนที่เชื่อเรื่องโชคลางสิ่งลี้ลับ และชอบที่จะจดจำเรื่องเก่า ๆ หลงรักใครได้ง่าย ๆ และมักจะจมอยู่กับรักเก่า ๆ นั้น แบบพวกมีรักฝังใจไม่ยอมลืม แต่กับบางเรื่องกลายเป็นคนที่ขี้ลืมบ่อย ๆ เหมือนคนแก่ และก็เป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจใฝ่หาอะไรที่มันใหม่ ๆ ซะด้วยซิ ยกเว้นชอบที่จะซื้อรองเท้าใหม่ ๆ อยู่เรื่อยเลย ว่ากันว่าใครที่เกิดในดือนนี้เท้าสวยแล้วจิตใจจะดีแถมเป็นคนชอบชิมชอบกิน เสียด้วยซิ

คนเดือนเมษายน oct

เป็นคนที่มี นิสัยเหมือนเด็ก ๆ อยากรู้ อยากเห็น อยากได้อยากเป็นไป เสียหมด พอรู้พอเห็นแล้วก็เบื่อไม่เอาแล้ว อยากได้ของใหม่อีกแล้ว คือ เป็นคนขี้เบื่อเหมือนเด็ก ๆ ไม่ค่อยยอมฟังใครง่าย ๆ กล้าได้กล้าเสียไม่ค่อยกลัวอะไร ลุยลูกเดียว แล้วก็เจ็บ แถมเจ็บไม่รู้จักจำอีกด้วย ชอบกลับไปทำซ้ำใหม่แล้วก็เจ็บอีก บางทีก็ชอบทำเรื่องง่าย ๆ ให้เป็นเรื่องยากได้ จู้จิ้จุกจิกกับเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ได้แต่เป็นคนที่น่าคบนะเพราะเป็นคนที่ จริงใจตรงไปตรงมา ไม่ชอบเอาใจใครหรือเยินยอใคร ชอบไม่ชอบบอกกันตรง ๆ เลย แบบว่าถือของให้ใครก็ไม่เป็น ไม่ชอบผูกมัดชอบอิสระ ชอบที่จะให้คนมาเอาใจมากกว่า และ มักจะหึงและหวงคนรักนะ เพราะถ้ามีรักเมื่อไร จะเป็นคนที่รักเดียวใจเดียว รักแบบบริสุทธิ์ใจซะด้วยซิ และมักเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงอยู่เหมือนกันนะจ๊ะ ทะเยอทะยานใจร้อน ทำอะไรก็รวดเร็วทันใจ เดินยังดูรีบ ๆ เลย มีอารมณ์รุนแรงขี้โมโหหงุดหงิดง่าย แต่ก็หายเร็ว ทำอะไรหุนหันพลันแล่น อยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็นจะอึดอัดหงุดหงิด เครียด ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่น ชอบออกกำลังกาย หรือทำอะไรที่มันดูเป็นภาคสนามสักห น่อย จะสบายใจกว่าให้นั่งเฉย ๆ ใครอยากเป็นแฟนต้องเข้าใจและเอาใจ อย่าปล่อยให้เหงาเชียวแหล่ะ

คนเดือนพฤษภาคม oct

เรา จะเห็นว่าเดือนนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปวัวเพราะฉะนั้นต้องเข้าใจก่อนเลยว่า คนที่เกิดในเดือนนี้มักต้องทำเพื่อคนอื่นและต้องอดทนอย่างมาก เหมือนวัวนั่นแหล่ะ ดื้อรั้นเงียบแบบสงบเสียด้วยซิ มักเป็นคนที่ดูจะนิ่งๆ ไม่ค่อยแสดงออกสักเท่าไหร่ เป็นคนที่โกรธใครยาก แต่ถ้าโกรธนานเชียว แล้วถ้ามีใครมาแหย่ ให้โกรธเข้าล่ะก็ คุณแกจะกลายเป็นวัวกระทิงทันทีเลยล่ะ เป็นคนที่รักสวยรักงาม สะอาด รักความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำอะไรถูกกาลเทศะ ความคิด ความอ่านมักค่อนข้างหัวโบราณสักหน่อย เป็นบุคคลที่เปลี่ยนแปลงอะไรยากมาก ๆ เช่น การกิน หรือความเชื่อ ใครบอกก็ไม่เปลี่ยน นอกจากตัวเองจะเปลี่ยนแปลงความคิดหรือการกระทำเอง ไม่ค่อยยืดหยุ่นกับชีวิต ชอบคิดว่าฉันเป็นฉันเอง เป็นคนที่ชอบอยู่นิ่ง ๆ สงบ ๆ อยู่คนเดียวก็ได้ อยู่กับเพื่อน ๆ ก็ได้ โคตรอดทนและบึกบึนมาก งานทำได้ทุกอย่างหนักเอาเบาสู้ได้หมด แถมเป็นคนมัธยัสถ์ ประหยัด ชอบเก็บสะสมทรัพย์สินอีกด้วย เรียกว่าเศรษฐีได้เลย แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้เองหรอกชอบให้คนอื่น ยิ่งถ้าเป็นคนที่ตัวเองรักแล้วล่ะก็…เต็มที่ไปเลย เป็นคนที่อ่อนไหวต่อความรักมาก รักแล้วทุ่มเทเกินเหตุ มักถือดีเรื่องความรักเสมอ หรือจะชื่นชม ให้กำลังใจหน่อยก็จะดี คนเดือนนี้ชอบให้ชมบ่อย ๆ พวกบ้ายอไง

คนเดือนมิถุนายน  oct

เป็น คนที่ฉลาดมาก มักคิดอะไรได้รวดเร็วกว่าชาวบ้าน คือ มีความถนัดในการใช้สมองมากกว่ากำลัง ชอบคิดชอบพูด ชอบเขียน อยากรู้ อยากเห็น อยากลอง ต้องการเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ เพื่อความอยู่รอด จึงมักเป็นคนที่ดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และในชีวิตมักมีอะไรเข้ามาทีละสองอย่างเสมอ ทำให้ต้องลำบากใจที่จะต้องเลือก ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือ การงาน ความคิดก็มักลังเล รักพี่เสียดายน้องอยู่นั่นแหล่ะ เป็นคนที่มีความสามารถหลายอย่าง สามารถทำอะไรหรือคิดอะไรได้ หลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน บางทีกลายเป็นคนสองบุคลิก หรือ คนสองหน้าได้เหมือนกัน สามารถแก้ปัญหาให้ใครต่อใครได้ในพริบตาเชียวล่ะ เป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจที่ดีเลยคนเดือนนี้น่ะ ชอบท่องเที่ยวไม่ชอบอยู่กับที่นาน ๆ ชอบเปลี่ยนแปลงอะไรต่อมิอะไรอยู่ตลอดเวลา ทำให้ดูเหมือนเป็นคนที่ขาดความอดทน เป็นคนที่ค่อนข้างตรงและเอาแต่ใจตนเอง ไม่ค่อยเก็บความสงสัยเอาไว้ จะถามให้รู้เรื่องไปเลย จะทำอะไรก็เหมือนกันจะต้องทำให้มันสำเร็จ ชนิดไม่เสร็จไม่เลิก มีความว่องไวใจร้อนมากโดยเฉพาะเรื่องงาน ไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้ขี้บ่น หรือซักถามยิ่งเวลาไปไหนมาไหน ไม่ต้องถาม ถ้าอยากบอกจะบอกจะเล่าเอง ด้วยความทันสมัยและชอบเที่ยวจึงเป็นผู้ที่ใช้เงินเปลืองมาก

คนเดือนกรกฎาคม  oct

นับ ได้ว่าเป็นคนอ่อนไหวไวต่อความรู้สึก ระมัดระวังตัวหวาดระแวงตกใจง่ายไม่ค่อยไว้ใจใครง่าย ๆ รักษาผลประโยชน์รู้จักเก็บออมเงินเก่ง (ปูมักจะลากทุกอย่างเ ข้ารู) ถ้าเจอปัญหาเศร้าทุกข์อะไร จะขอหลบไปก่อน ไม่รับโทรศัพท์ ไม่รับแขก ไม่ยอมเจอใคร แต่พอตั้งสติได้จะค่อย ๆ กลับมาแก้ไขและกลับมาเป็นคนเดิมเอง เป็นคนรักบ้าน รักครอบครัวมาก ชอบอยู่กับบ้านและทำกิจกรรมที่บ้านมากกว่าให้ออกนอกบ้าน เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวกรกฎรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น มีความสุขที่สุด ดูจากภายนอกออกจะแข็งกร้าว ปากแข็งแต่จริง ๆ ภายในอ่อนปวกเปียกมาก ลองดูจากสัญลักษณ์ที่คนโบราณเปรียบเทียบไว้เป็นปูไง มีกระดอง แต่ข้างในนิ่มเชียว มีความอดทนต่อความยากลำบาก ชอบใส่ใจความรู้สึกคนอื่น ไม่ว่าเป็นหญิงหรือชายมักมีความเป็นแม่อยู่ในตัว มีสัญชาตญาณในการให้ ห่วงใยเอื้ออาทร ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน เอาอกเอาใจ (เฉพาะ) คนที่ตัวรัก เก็บรายละเอียดได้ดีไม่ว่าจะเรื่องอะไร โดยเฉพาะเรื่องเก่า ๆ หรือพวกรักฝังใจ ไม่ยอมลืม แต่เจ้าอารมณ์ชะมัดเลยล่ะ จู้จี้จขี้บ่น เจ้าระเบียบ ต้องปล่อยให้บ่นไป เดี๋ยวเหนื่อยก็หยุดไปเองแหละต้องระวังเรื่องเครียด เพราะเป็นคนวิตกจริตคิดมาก รักใครแล้วไม่ค่อยปล่อยง่าย ๆ แถมขี้หึงถึงตายเลยล่ะ (ปูหนีบ)

คนเดือนสิงหาคม  oct

คน ที่เกิดในเดือนนี้เหมือนจ้าวป่าจึงมักจะเริ่ดเชิดหยิ่งไว้ก่อนเดินยังเอา หน้าไปก่อนเลย ไม่ค่อยยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ ไม่ง้อใครถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ชอบที่จะเป็นหัวหน้า เป็นผู้นำมากกว่าคล้อยตาม ชอบความเป็นอิสระทั้งด้านงานและการใช้ชีวิต ไม่ชอบขึ้นอยู่กับใคร เชื่อมั่นในตัวเองมาก ใจใหญ่ถึงไหนถึงกัน เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ทำ รักเกียรติยศชื่อเสียง เสียอะไรไม่ว่า เสียหน้าข้าไม่ยอม ใจร้อนหงุดหงิด ขี้โมโห จริงจังกับชีวิตมากจนกลายเป็นพวกบ้าอำนาจ หรือจอมเผด็จการ ฉลาดหลักแหลม เจ้าปัญญา เจ้าความคิด คิดโน่นนี่ได้ตลอดเวลา แต่บางที ก็ไม่ยอมทำเอง ชอบใช้คนอื่นทำแทน จึงควรเป็นที่ปรึกษานั่นแหล่ะดี เพราะเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อใจหรือไว้ใจใครเลย และไม่ค่อยชอบพึ่งใครด้วย รักเฉพาะพวกพ้องพี่น้องและครอบครัวของตัวเอง สามารถเสียสละให้ได้ทุกอย่าง เป็นคนที่อยากให้ทุกคนมารัก อยากให้ทุกคนยอมหรือยกย่องตัวเอ ง อย่าไปขัดใจหรือโต้แย้ง ปกติใครอยู่ด้วยจะน่ารักมาก เพราะจริง ๆ เป็นคนที่ขี้สงสารและชอบให้อภัย หรือให้โดยไม่ค่อยหวังผลตอบแทน เพียงแต่ไม่ชอบที่จะแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเท่านั้นเอง เป็นคนที่หาเงินเก่งและก็ใช้จ่ายเก่งด้วย ถ้าพอใจอยากได้อะไรต้องได้จะจ่ายไม่อั้น ยังไงก็ต้องรักษาหน้าไว้ก่อน จะหาคู่ครองต้องเป็นคนใจเย็นเป็นผู้ใหญ่กว่า มีปัญญาที่เหนือกว่าจึงจะอยู่กันได้ หรือไม่ก็อยู่ใต้เท้าคุณสิงหาคมแกไปเลยหมดเรื่อง

คนเดือนกันยายน  oct

นับ ว่าเป็นคนที่เฉลียวฉลาด คล่องแคล่วว่องไว มีเสน่ห์ ไม่ว่าเป็นชาย หรือ หญิงมักมีแต่เรื่องหยุมหยิม มีข้อสงสัย หรือ วิเคราะห์ ทุกอย่างจนเกินเหตุ เป็นคนที่เข้าใจยากอยู่สักหน่อย เพราะชอบเอาแต่ใจทำอะไรตามอารมณ์เหมือนผีเข้า ผีออก ไม่แน่นอน คนอื่นอาจจะงง ๆ เหมือนจะประสาทหลอน แต่จริง ๆแล้วเพราะเป็นคนที่ละเอียดลออ เอามาก ๆ ชอบสังเกต พิถีพิถันออกแนวหัวโบราณ วิตกจริตคิดมากเท่านั้นเอง ช่างคิดช่างฝันช่างจินตนาการ มินิสัยชอบเปลี่ยนแปลงหรือพยายามทำสิ่งต่าง ๆ ที่คนอื่นเขาทำทิ้งไว้ ค้างไว้ ให้เสร็จสมบูรณ์ตามแบบฉบับของตัวเอง พูดง่าย ๆ ก็คือชอบ จู้จี้จุกจิก เจ้าระเบียบ ชอบจับผิดคนเก่งมาก แต่ก็เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีนะ ถึงจะชอบจับผิดก็เถอะ แล้วชอบที่จะช่วยเหลือชาวบ้านหรือดันไปแบกรับภาระคนอื่นมา จะดูเหมือนเรื่องมาก และเลือกมากไปเสียทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวต้องดูดีก่อนออกจากบ้าน หรืออาหารการกินต้องสะอาด โดยเฉพาะเรื่องความรักมักจะใช้เวลาเลือกค่อนข้างนาน แต่ถ้าได้รักแล้วมักจะรักนานเลยเช่นกัน เป็นคนที่ขยันทำมาหากินมาก บางครั้งประหยัดจนดูเหมือนขี้เหนียว ช่างพูดช่างเจรจา พูดเก่งและแก้ตัวเก่งอย่างมีเหตุผลเสียด้วยซิ ผิดกับการบอกรักกลับเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ปากแข็งมาก ถ้าคิดจะเอ่ยปากบอกรักใครสักคน เวลารักใครชอบรักจนหมดหัวใจ จึงมักโดนคนที่ตนรักหลอกหรือเอาเปรียบอยู่เสมอ

คนเดือนตุลาคม  oct

คน เดือนนี้เป็นคนสุภาพอ่อนโยน นุ่มนวล สะอาดน่ารัก เป็นนักการทูต มีพรสวรรค์ในการเจรจา(กะล่อน) แต่ประนีประนอม หรือ โน้มน้าวจิตใจคนได้ดี เป็นคนค่อนข้างตรงและเอาจริงเอาจัง คิดยังไงก็พูดออกมาอย่างนั้น สามารที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม คล้อยตามมากกว่าขัดใจ ใครว่าอะไรก็ว่าด้วยเป็นคนที่มีเสน่ห์ อยู่ในตัวเอง ถ้าไม่หน้าตาดี บุคลิกก็ต้องดูดีมีราศี สามารถดึงดูดคนให้เข้ามาหาได้อย่างง่ายดาย ในบางคนก็รักสวยรักงานศิลปะ ชอบเข้าสังคมทำอะไรเพื่อสังคม ชอบความสนุกสนานร่าเริง ฟุ้งเฟ้อ ชอบความหรูหรา เป็นคนที่ถ้ารู้จักใคร ถูกชะตาจะรักมาก รักเร็วและทุ่มเทซะเกินเหตุ แต่ถ้านึก อยากจะเลิกก็เลิกเลยแบบไม่มีเหตุผลเช่นกัน เรียกได้ว่ารักง่าย หน่ายเร็ว เป็นคนที่รักพวกพ้องเพื่อนฝูงเอามาก ๆ ใครไม่เป็นพวกข้า ไม่ดีด้วย จนในบางครั้งดูเหมือนดื้อและก้าวร้าวมาก อารมณ์บางครั้งก็ขึ้น ๆ ลง ๆ จะตัดสินใจทำอะไรได้แต่ละ อย่างคิดอยู่นั้นแหล่ะ (ลังเล) ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเอง มักต้องรอจังหวะ เหมื อนตาชั่ง (สัญลักษณ์) กว่าตาชั่งที่เอียงไปเอียงมาจะตรงหรือสมดุลกันได้ก็เล่นเอานานเหมือนกัน ขยันทำงานฉลาดในการทำธุรกิจ มีความสุขุมรอบคอบและเยือกเย็นได้แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือมักเชื่อคนง่าย จึงมักมีสิทธิ์โดนหลอกใช้ได้เหมือนกัน

คนเดือนพฤศจิกายน oct

คน เดือนนี้เป็นคนที่ดูแล้วค่อนข้างจะลึกลับ ถ้าไม่สนิทกันจริงไม่ค่อยเล่าเรื่องของตัวเองให้ใครฟัง ค่อนข้างไม่ค่อยไว้ใจใครง่าย ๆ มีความระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่ง เก็บความลับเก่ง ชอบทำตัวลึกลับ มีความในใจซ่อนเร้น มีความสงสัยอยู่ตลอดเวลา มีความทิฐิมานะ วางท่า ไว้ตัว ทำตัวเหมือนหยิ่ง อดทน อดกลั้น แต่ถ้ามีอารมณ์โกรธฉุนเฉียวขึ้นมาล่ะก็ กล้าเผชิญกับทุกสิ่ง จะหนาไหนหรือใหญ่แค่ไหนก็ไม่ค่อยกลัวช่างประชดประชัน เหน็บแนมเก่งมาก คำพูดคำจาบางทีชอบพูดแรง ๆ ตรงเกินกว่าที่คนรอบข้างจะรับได้แต่ก็พูดออกมาจากใจจริงของตัวเองนะ เป็นคนขี้งอนใจน้อย อารมณ์แปรปรวน เอาแต่ใ จเจ้าอารมณ์ไม่ค่อยสนใจใส่ใจใคร ดูเหมือนดุร้าย ไม่น่าเข้าใกล้ จนบางครั้งคนรอบข้างจะคิดว่าเป็นบ้า แต่แท้ที่จริงแล้ว ทำไปเพื่อจะป้องกันหรือปิดบังอะไรบางอย่าง ที่เป็นปมด้อยในตัวเองที่ไม่อยากให้ใครรู้ เป็นคนฉลาดเจ้าความคิดจะตายไป ชอบพลิกแพลงเอาชนะด้วยมันสมอง ไม่ค่อยชอบใช้กำลังสักเท่าไร มักมีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงในการทำธุรกิจด้านความรักก็มักแต่งงานช้า หรือหาคนถูกใจยากสักหน่อย เพราะมัวแต่ขี้ระแวงอยู่นั่นแหล่ะ และไม่ค่อยชอบให้ใครมาจู้จี้มากนัก มีโลกส่วนตัวสูง แต่ก็เข้าได้กับทุกคนนะ เพียงแต่คนอื่นอ่านไม่ค่อยออก ก็เท่านั้นเอง

คนเดือนธันวาคม de

ด้วย ความชอบผจญภัยให้อยากอยู่บ้านแทบตาย ยังไงก็ต้องมีเหตุอันให้ต้องออกจากบ้านจนได้ ในชีวิตมักต้องไปได้ดีเอาไกลบ้าน ไกลเมือง ไกลถิ่นฐานที่เกิด หรือได้คนรักในแดนไกลแล้วชีวิตจะดีกว่า เป็นคนที่มักโชคดีเรื่องการเงิน เป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่นชอบพูด ชอบเล่าอะไรสนุกสนาน จนในบางครั้งเกินความเป็นจริงไปซะไกลเลยเชียว ชอบที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากที่ตัวเองรู้ชอบพัฒนาชอบสำรวจ สามารถให้คำปรึกษากับคนรอบข้างได้ดี เพราะเป็นผู้รอบรู้และเป็นนักวางแผนที่ดีได้ เป็นคนที่ฉลาดและรอบคอบ คิดสร้างสรรค์อะไรมักจะไปเจริญหรือเป็นจริงได้ในอนาคต คือมีความคิดที่ก้าวไกลกว่าคนอื่น ๆ เหมือนหยั่งรู้อนาคตได้ยังงั้นแหล่ะ สามารถแก้ไขปัญหาได้ดี มีรสนิยมดีตรงไปตรงมาและ จริงใจ ชอบการเดินทาง เปิดหูเปิดตา ชอบกีฬา เรียกว่าอยู่นิ่ง ๆ ไม่ค่อยเป็น และชอบที่จะเป็นอิสระมากว่ามีเจ้านายคอยควบคุม อยากจะแสดงความสามารถที่มีอยู่ให้ใคร ๆ เห็นมากกว่า ชอบแหกกฎ อาจเป็นได้ว่าความถือดีว่าตัวเองมีปัญญาฉลาดกว่าคนอื่น เป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็ว แต่อย่าย้ำซ้ำเติมความผิด ของเก่านะ จะไม่ค่อยยอมรับผิดหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ด้วยเลยล่ะ ทำให้เราเสียอารมณ์เปล่า ๆ ด้านความรักเป็นคนที่ไม่ชอบแฟนขี้หง ถ้าให้อิสระคนเดือนนี้จะรักตายเลยล่ะ

ป้ายกำกับ:, ,

SuperbHosting.net provides affordable managed dedicated server solutions.
No Credit Auto Loan | Colon Cleanse | Car Auto Loan